ดราม่าข้ามชาติ อินฟลูเอนเซอร์สาวไทยทำคอนเทนต์เด็ดพืชในอุทยานแห่งชาติญี่ปุ่น ถูกวิจารณ์หนัก ทำเสียภาพลักษณ์ประเทศ บทเรียนซ้ำรอยที่อาจกระทบคนไทยทุกคน
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ของญี่ปุ่น หลังอินฟลูเอนเซอร์สาวชาวไทย เจ้าของเพจท่องเที่ยว ถูกเผยแพร่ภาพขณะนอนทับและเด็ดพืชบนยอดเขาในจังหวัดอาคิตะ ภายในอุทยานแห่งชาติ Towada-Hachimantai ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีกฎระเบียบห้ามทำลายพืชพรรณและระบบนิเวศอย่างเคร่งครัด
แม้ล่าสุดเจ้าตัวจะออกมายอมรับผิดและกล่าวขอโทษแล้ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวไทยไม่น้อย เพราะในสายตาของชาวต่างชาติ สิ่งที่ถูกจดจำไม่ใช่ชื่อของผู้ก่อเหตุ แต่คือคำว่า "คนไทย"
ความจริงแล้ว เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เพราะการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ การเคารพกฎหมาย กฎระเบียบ และวัฒนธรรมของประเทศเจ้าบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัด ศาสนสถาน หรือพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ ทุกแห่งล้วนมีกติกาที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หลายคนคงยังจำกรณีของ "แจ๊ค แปบโฮ" ที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และทำคอนเทนต์เต้นบนหลังคารถเช่าบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ จนถูกสื่อและชาวเน็ตญี่ปุ่นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการไม่เคารพสถานที่และวัฒนธรรมของประเทศเจ้าบ้าน
ในเวลานั้น หลายฝ่ายมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่คนไทยควรนำไปปรับปรุง แต่เพียงไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นอีก ครั้งนี้ยิ่งร้ายแรงกว่า เพราะเป็นการกระทำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
แม้ผู้ก่อเหตุจะออกมาขอโทษ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์จำนวนไม่น้อยที่มองว่า คำขอโทษไม่อาจลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และที่สำคัญกว่านั้น เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ควรต้องรอให้ถูกวิจารณ์ก่อนจึงค่อยออกมารับผิด
การออกมาตำหนิคนไทยที่กระทำผิด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเข้าข้างชาวญี่ปุ่น แต่เป็นการยึดหลักง่าย ๆ ว่า เมื่อเดินทางไปประเทศใด ก็ต้องเคารพกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศนั้น นี่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบและสามัญสำนึกพื้นฐานของนักท่องเที่ยวทุกคน
อีกประเด็นที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล คือผลกระทบต่อภาพรวมของนักท่องเที่ยวไทย แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะทบทวนนโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากการกำหนดนโยบายด้านวีซ่าย่อมพิจารณาจากหลายปัจจัย แต่เมื่อมีข่าวเชิงลบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก็ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ควรถูกมองเป็นบทเรียนร่วมกัน เพราะการกระทำของคนเพียงไม่กี่คน อาจสร้างผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นที่ชาวต่างชาติมีต่อคนไทยโดยรวม
การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการเดินทางไปถ่ายภาพหรือสร้างคอนเทนต์ แต่ถือเป็นตัวแทนของประเทศในสายตาชาวโลก ดังนั้น การเคารพกติกา เคารพธรรมชาติ และเคารพวัฒนธรรมของเจ้าบ้าน จึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรมองข้าม เช่นกันคนไทยก็ต้องระวังไม่ให้นักท่องเที่ยวมาทำพฤติกรรมไม่ดีงามในแผ่นดินเรา

