xs
xsm
sm
md
lg

พระราชินี ทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ 8 ก.ค.69 เวลา16.13 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่งจากเรือนรับรองพิเศษ เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ต่อจากนั้น เสด็จเข้าภายในอาคารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เขื่อนรัชชประภา

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจิมป้าย ทรงคล้องพวงมาลัย และทรงกดปุ่มเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่ห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งนี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน2530 ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ภายใน 6 นาทีหลังจากที่ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ อำเภอบางกรวย กรุงเทพมหานคร สั่งการผ่านระบบสื่อสารทางไกล มีเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ประเทศ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้

เขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่รวม 195,000 ไร่ เริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนพัฒนา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จปีพุทธศักราช 2530 โดยเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของภาคใต้ ตั้งอยู่บนแม่น้ำพุมดวง มีลักษณะเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตติดตั้งรวม 240 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้า เฉลี่ยปีละ 555 ล้านหน่วย สามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดันจากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา ไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของภาคใต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่จังหวัดข้างเคียง ได้มีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและผาสุก