xs
xsm
sm
md
lg

ภูเก็ตบุกทลายเครือข่ายม้ากดเงิน ชาวรัสเซีย ตระเวนถอนเงินจากบัญชีม้า ยึดกว่า 5.4 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ภูเก็ตบุกทลายเครือข่ายม้ากดเงิน ชาวรัสเซีย 3 จุด หลังพบตระเวน ถอนเงินจากบัญชีม้าในพื้นที่ภูเก็ต ยึดเงินสดกว่า 5.4 ล้าน จับแล้ว 1 ราย เสนอเพิกถอนวีซ่าอีก 1 ราย เตรียมขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่ และเจ้าของบัญชีคนไทย


เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (8 ก.ค.) ที่ห้องประชุมศปก.ภ.จว.ภูเก็ต นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผกก.สืบภูธรจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต และ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สนธิกำลัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต และ ตำรวจกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายชาวรัสเซีย ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินจากบัญชีม้า ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางธนาคารแห่งหนึ่งว่ามีการถอนเงินจากบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมความเสียหายเกือบ 17 ล้าน พบว่ามีการโอนไปยังบัญชีปลายทางทางหลายบัญชี รวม 297 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติอีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.44 ล้านบาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลสาวถึงผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงิน


พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า และเครือข่ายชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย จึงมีการบูรณาการกำลังสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินสดจากตู้ ATM ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

การสืบสวนเริ่มขึ้นหลังตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ว่า มีกลุ่มบุคคลสัญชาติรัสเซียตระเวนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเงินที่ถอนมีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และข้อมูลการเดินทาง ก่อนขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต


กระทั่งเช้าวันนี้ ( 8 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจุดแรก ในพื้นที่ตำบลวิชิต สามารถจับกุม นายอิเลีย อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต พร้อมตรวจยึดเงินสดจำนวน 638,700 บาท และ ของกลางที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จุดที่สอง ในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต พบ นายอีกอร์ สัญชาติรัสเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดไทยจำนวน 4,594,420 บาท และ เงินสดดอลลาร์สหรัฐ 6,271 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 206,943 บาท รวมมูลค่าประมาณ 4,801,363 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง และแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลดังกล่าวแล้ว

ส่วนจุดที่ 3 ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อขยายผล แต่ไม่พบบุคคลเป้าหมาย จึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามต่อไป


สรุปผลปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติเพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองได้ 1 ราย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด และตรวจยึดเงินสดรวมประมาณ 5,440,063 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในหลายพื้นที่ ตำรวจระบุว่า เชื่อว่ายังอาจมีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว หรือยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยังย้ำว่า จะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้า ผู้รับจ้างถอนเงินสด และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลสัญชาติใด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากสงสัยว่าถูกหลอกลวงทางออนไลน์ หรือพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการรับจ้างเปิดบัญชี รับโอนเงิน หรือถอนเงินสดผิดปกติ สามารถแจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายปกครอง จังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การกำกับของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินการในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ และขบวนการบัญชีม้า ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16.9 ล้านบาท และมีการกระทำความผิดกว่า 297 คดี

การดำเนินการในครั้งนี้ สามารถคลี่คลายคดีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 16.9 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าที่ไม่น้อย จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวในประเด็นนี้ ซึ่งยังเป็นความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินงานในอีกหลายด้านต่อไป.