วันนี้ (8 ก.ค. 2569) ที่ศาลแพ่งพระโขนง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน กล่าวว่า วันนี้คดีความระหว่างนางจีรานุช ภิรมย์ภักดี กับนายสิริณัฐ สก็อต หรือ ทราย สมุทร ศาลได้ออกพิจารณาคดีเวลา 10.30 น. นัดสืบพยานโจทก์ วันนี้ทนายโจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจจำเลย และทนายจำเลยมาที่ศาล ซึ่งนางจีรานุชไม่มา ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลย คือนายสิริณัฐ โดยอ้างเหตุว่านางจีรานุชประสงค์ที่จะประนีประนอมข้อพิพาทของจำเลย ซึ่งเป็นเรื่องครอบครัว เป็นการภายใน ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับนายสิริณัฐในคดีนี้อีก รายละเอียดปรากฎตามคำฟ้องของนางจีรานุช เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 สอบนายสิริณัฐ และทนายความนายสิริณัฐแล้วไม่แถลงคัดค้าน
.
นอกจากนี้ จึงเห็นสมควรให้ถอนฟ้อง และให้จำหน่ายคดีออกจากสาระบบ และคืนค่าศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ ศาลตรวจสำนวนแล้ววันนี้ มีการขอให้พิจารณาลงโทษบุคคลหนึ่งฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลเห็นชอบให้ดำเนินการไต่สวน เพราะฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องว่ามีการละเมิดตามข้อกำหนด ซึ่งสอบทนายฝ่ายโจทก์แล้วก็แถลงไม่โต้แย้งในเรื่องคำร้องที่ฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องวันนี้ และยืนยันสิ่งที่ปรากฎตั้งแต่คราวที่แล้ว ดังนั้นศาลจะดำเนินการออกหมายเรียกและดำเนินการไต่สวนต่อไป ในนัดต่อไปจะมีการสอบปากคำต่อหน้าผู้อำนวยการศาลแพ่งพระโขนง และเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลเพื่อดำเนินการฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีต่อไป
.
นายปานเทพ กล่าวว่า การมาพบกันในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทราย สมุทร สำนักงานกฎหมาย เบญจมา อภัยวงศ์ และทีมงาน รวมทั้งทีมงานบ้านพระอาทิตย์ และบริษัท กฎหมายอรุณอมรินทร์ จำกัด เข้ามาเจอกันเหตุผลเพราะประเด็นหลัก คือ ทราย สมุทร ได้ถูกฟ้องในข้อหาเนรคุณ แล้วทำให้เรามาพบกัน ขอเรียนให้ทราบว่า เราไม่มีการผิดมรรยาททนายความ เพราะสำนักงานกฎหมาย เบญจมา อภัยวงศ์ ในฐานะเป็ทนายความหลัก ได้เชิญสำนักกฎหมายอรุณอมรินทร์ เข้าร่วมงาน และพวกเราเข้าร่วมงานในการพูดคุยในฐานะได้รับมอบอำนาจในการเจรจาไกล่เกลี่ย
.
การถอนฟ้องนั้นเราถือเป็นความก้าวหน้าในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และถือว่าการมาเจอกันเพราะเหตุแห่งการฟ้องเนรคุณนั้น ได้ยุติลงแล้ว เพราะนางจีรานุชได้ทำการถอนฟ้องไปเอง แต่กรณีนี้เนื่องจากเป็นกรณีที่ฝ่ายจำเลย คือทราย สมุทร และพยานทั้งหมดได้ยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2569 แปลว่าฝ่ายโจทก์ได้เห็นหมดแล้วเช่นเดียวกัน ถึงการต่อสู้ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุความ การมอบให้ที่ดินโดยธรรมจรรยา และเหตุแห่งการพูดทั้งหมดว่าเกิดเหตุอย่างไร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้เตรียมความพร้อมในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา หรือว่าจะดำเนินคดีความ เพราะมีการซักซ้อมกันอย่างเต็มที่แล้ว
.
แต่เมื่อจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ได้มีการพยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และเตรียมความพร้อมคู่ขนานในเรื่องคดีความมาโดยตลอด เรายืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ในการเตรียมคดีความนั้น เราเตรียมอย่างมั่นใจและมีความพร้อมอย่างครบถ้วน เป็นประโยชน์ต่อ ทราย สมุทร อย่างแน่นอน แต่เมื่อฝั่งนางจีรานุช ได้เห็นถึงการต่อสู้ของฝ่ายเราแล้ว ตั้งแต่การยื่นคำให้การในครั้งแรก ซึ่งเราเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็ได้พิจารณาทั้งหมดเห็นว่าควรเจรจากันในครอบครัว จึงทำการถอนคำฟ้องออก ซึ่งนางจีรานุชเห็นว่าเป็นประโยชน์มากกว่า
.
ด้าน ทราย สมุทร กล่าวว่า มันโหว่ เพราะเรารู้สึกว่าเราอยู่ในสงคราม แล้วมันเป็นเรื่องที่ยากที่ทุกวันเราตื่นมาด้วยความไม่แน่นอนว่า วันนี้คนเขาจะเห็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์ของเราหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่มันยาก ทุกวันในสองเดือนที่ผ่านมา มันคือการตั้งคำถามว่าเราจะต้องสู้เพื่อความเป็นมนุษย์ของเราอีกกี่ครั้ง เหมือนที่ทรายเล่าตอนแรกเราก็พูดออกมาแล้ว ฝั่งโน้นเขาก็ปล่อยเทปปฎิเสธ นั่นคือการตัดความเป็นมนุษย์ของเรา เราออกมาพูดในรายการโหนกระแสด้วยนั่น พนักงานองค์กรออกมาว่าเรา คือทุกวันทรายต้องสู้เพื่อความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เพื่อจะเป็นมนุษย์คนธรรมดาเหมือนทุกคนในสังคม ต้นทุนของทราย ทรายอาจจะโชคดีในเรื่องศักยภาพ ความสามารถ แต่ความเป็นมนุษย์ของทราย มันอยู่ในนรกมาตลอด เลยมันยาก และถ้าเกิดเรื่องนี้จบ ทรายคงต้องใช้เวลาอีกนานที่จะบำบัดตัวเองเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ก็คงไปสู้เรื่องทับลาน เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้มันฮีลใจตัวเอง
.
ทรายอยากขอบคุณทุกคน ถ้าเกิดไม่ว่าพรุ่งนี้ทรายจะเป็นอะไร หรือทรายตายไป หรืออย่างไร วันนี้ทุกคนในสังคมให้ทราย ในสิ่งที่มันมากกว่าสิ่งที่เด็กคนหนึ่งจะขอได้ คือเรารู้สึกว่าทุกที่ที่เราไป ต้องมีคนที่ยิ้มให้เรา มีป้าๆ หรือมีแม่ มีพี่น้องถามว่าเราเป็นอะไร เขาคือต้องการเรา ตอนทรายไปเป็นวิทยากรให้น้องๆ ที่โรงเรียน ทุกคนก็ส่งกำลังใจให้เรา ตอนทรายเดินถนนก็มีคนที่มีอายุมาให้กำลังใจเรา นี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มาตลอด คือความเป็นครอบครัว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ คนที่ทรายควรขอบคุณและกตัญญูที่สุดคือคนในสังคม ที่ทำให้ทรายมีชีวิตที่ดี และหวังว่าคงจะดีกว่านี้ และฝากเรื่องทับลานด้วย ยังมีเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกหลายอย่างที่ทรายยังไม่ได้ทำ ทั้งเรื่องแลนด์บริดจ์ เรื่องทับลาน เรื่องการเคลื่อนย้ายช้างต่างๆ ขอให้ทรายจบเรื่องนี้ กรมอุทยานฯ ทรายลุยต่อ
......
Sondhi X

