เซี่ยงไฮ้ ปี้เหริน เทคโนโลยี (Shanghai Biren Technology) บริษัทผู้พัฒนาชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของประเทศจีน ประกาศระดมทุนครั้งใหญ่จำนวน 7,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 892.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30,500 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนการผลิตหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากอินวิเดีย (Nvidia) ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในช่วงที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก
แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า กลุ่มลูกค้าซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และลูกค้าองค์กรต่าง ๆ กำลังขยายการติดตั้งระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์อย่างขนานใหญ่ ส่งผลให้ความต้องการของลูกค้าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการรักษาเงินทุนให้เพียงพอเพื่อเร่งกำลังการผลิตชิป GPU เจเนอเรชันถัดไป เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันตามคำสั่งซื้อ
สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำร้อยละ 60 ไปใช้ในการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์และการผลิตชิป GPU อเนกประสงค์รุ่นใหม่ในระบบอุตสาหกรรม (Mass Production) อีกร้อยละ 20 จะถูกจัดสรรให้กับการวิจัยและพัฒนา (R&D) ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์และเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในองค์กร ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ปี้เหรินได้ใช้เงินทุนที่ได้จากการทำ IPO ในส่วนของเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กรไปแล้วกว่าร้อยละ 70
การเร่งระดมทุนอย่างดุเดือดของบริษัทชิปจีนเกิดขึ้นในขณะที่มาตรการควบคุมการส่งออกของรัฐบาลวอชิงตัน ได้จำกัดการขายชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของอินวิเดียให้กับลูกค้าชาวจีน สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นโอกาสทางการค้าครั้งสำคัญที่สร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่ผู้พัฒนาชิปท้องถิ่นของจีน ไม่ว่าจะเป็น ปี้เหริน, มัวร์ เธรดส์ (Moore Threads), เมทาเอกซ์ (MetaX) และ แคมบริคอน (Cambricon) โดย เมทาเอกซ์ ผู้พัฒนา GPU จากเซี่ยงไฮ้เพิ่งประกาศแผนเตรียมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ขณะที่ คุนหลุนซิน (Kunlunxin) หน่วยธุรกิจชิปปัญญาประดิษฐ์ของ ไป่ตู้ (Baidu) ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน ก็กำลังยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอย่างลับ ๆ โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทไว้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านหยวน (ประมาณ 500,000 ล้านบาท)
ที่มา: South China Morning Post/ แฟ้มภาพเอเอฟพี

