xs
xsm
sm
md
lg

สีน้ำเงิน กินรวบ จากรันเวย์ VIP ปากช่อง ถึงวิบากกรรมอำนาจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ชำแหละโมเดลสีน้ำเงินกินรวบ ย้อนรอยมหากาพย์รันเวย์ VIP ปากช่อง สู่สารพัดวิบากกรรมทางการเมืองที่กำลังสั่นคลอนอำนาจอนุทิน จากคดีฉาวคนใกล้ชิดถึงคะแนนนิยมดิ่งเหว นี่คือระเบิดเวลาที่รอวันพิพากษาจากสังคม

วิบากกรรมทางการเมืองที่กำลังประดังประเดโถมเข้าใส่รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูลในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวฉาวเน่าเฟะของคนใกล้ชิด คะแนนนิยมในนิด้าโพลที่ดิ่งฮวบ หรือมหากาพย์ทุจริตโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นนับหมื่นรายในกระทรวงมหาดไทย

มรสุมรอบทิศพวกนี้ มันคือภาพสะท้อนชัดเจนของโครงสร้างอำนาจที่มีปัญหา แต่หากเราจะมองให้ทะลุถึงรากเหง้าของความไม่โปร่งใส เราต้องย้อนกลับไปดูแผลเก่าระดับมหากาพย์ ที่คนวงในเกาะติดไม่ปล่อยมาตั้งแต่ต้น อย่างคดี สนามบินส่วนบุคคลขนงพระที่ปากช่อง

เรื่องราวของสนามบินส่วนบุคคลขนงพระ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไม่ใช่เรื่องบุกรุกที่ดินหลวงธรรมดาๆ ทั่วไป และไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งมาตื่นเต้นบ่นกันวันนี้หากใครที่ติดตามการขุดคุ้ยข้อมูลของคดีนี้มาตั้งแต่ต้น ย่อมจะเห็นเอกสารทุกแผ่นที่มีชื่อและลายเซ็นเด่นชัด เอกสารที่ระบุว่าผู้ยื่นขอใช้พื้นที่แปรสภาพถนนหลวงกว้าง 3 เมตรครึ่งให้กลายเป็นรันเวย์ VIP ของธุรกิจโดดร่มไฮโซก็คือคนชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล

นี่คือความวิปริตบิดเบี้ยวของกระบวนการกฎหมายไทย ที่ล้อมรั้วเปลี่ยนสมบัติสาธารณะของชาวบ้านให้กลายเป็นทรัพย์สินกลุ่มทุนโดยไม่ต้องซื้อที่ดินเอง วันนั้นข้าราชการท้องถิ่นทั้ง อบต. และนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ต่างพร้อมใจกันเดินตามก้นเอกชนไปจับพิกัดรันเวย์ พอเรื่องแดงก็เล่นละครลิง วิ่งไปแจ้งความกันเองเพื่อเซฟตัวเอง ปักป้ายห้ามบุกรุกอยู่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นเครื่องบินก็กลับมาบินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านตาดำๆ ขวางถนนโดนแจ้งจับข้อหาขโมยดินหน้าบ้านตัวเอง แต่คนรวยคนมีอำนาจกลับเสวยสุขอยู่บนฟ้าปัดความรับผิดชอบได้อย่างหน้าชื่นตาบาน

เมื่อเรื่องนี้ถูกยกระดับโดย DSI จนส่งสำนวนเข้าสู่โต๊ะ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หลายคนในสังคมไทยต่างพากันถอนหายใจยาวๆ เพราะต่างรู้ซึ้งถึงอภินิหารและบารมี ของค่ายสีน้ำเงินในองค์กรอิสระยุคนี้ดี คำถามจึงไม่ใช่แค่ ป.ป.ช. จะสอบไหม แต่สังคมกำลังตั้งคำถามว่านี่คือโมเดลการ ส่งเรื่องเข้าอู่ฟอกขาว เพื่อดึงเรื่องให้ยาวจนคนลืม แล้วสับคัตเอาท์จับแค่ปลาซิวปลาสร้อยอย่างข้าราชการตัวเล็กๆ ไปติดคุกแทนเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงรายชื่อบิ๊กเนมข้างบนใช่หรือไม่
เพราะหากเราเอาพิมพ์เขียวของรันเวย์ขนงพระ ไปวางทาบกับมหากาพย์ที่ดินรถไฟ เขากระโดงและข่าวฉาวทุจริตโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นในกระทรวงมหาดไทย สะท้อนให้เห็นทันทีว่ามันคือ โมเดลสีน้ำเงินกินรวบประเทศแพทเทิร์นเดียวกันเป๊ะ คือการใช้บารมีทางการเมืองกดทับกลไกข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ยอมเซ็นยกของหลวงไปเป็นของกู เปลี่ยนที่ดินรัฐเป็นสมบัติส่วนตัว และเปลี่ยนระบบสอบราชการให้เป็นตลาดสดซื้อขายตำแหน่งเพื่อสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ไว้สู้ศึกเลือกตั้ง

แต่ในทางการเมืองอำนาจไม่มีคำว่าคงทน วันนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่ที่ทำให้อำนาจที่เคยคิดว่ากินรวบนั้นเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก คะแนนนิยมในนิด้าโพลร่วงระนาว แผลสดเรื่องคนใกล้ชิดในคณะทำงานไปก่อคดีฉาวจนฝีแตก และที่สำคัญ... แผลเก่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ขนงพระและเขากระโดงที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช. มันคือระเบิดเวลาทางจริยธรรมชิ้นโต ที่พร้อมจะถูกหยิบยกขึ้นมาเขย่าอนาคตทางการเมืองได้ทุกวินาที

แน่นอน... เอกสารทุกแผ่นในคดีสนามบินขนงพระ ไม่ได้ซับซ้อน แต่สิ่งที่ซับซ้อนและเนอะหนะกว่า คือเครือข่ายความสัมพันธ์ของระบอบสีน้ำเงินกินรวบ จนหลายคนมองมาที่คดีบนโต๊ะ ป.ป.ช. หรือแม้แต่ศึก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ที่ก็พากันสรุปในโลกโซเชียลล่วงหน้าแบบอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่า ยังไงก็รอดชัวร์ เพราะเชื่อกันว่ากฎหมายในประเทศนี้คงทำอะไรคนระดับผู้นำไม่ได้

สังคมรู้ดีว่าในทางเทคนิคกฎหมายอาจจะรอดได้แน่ เดี๋ยวกลไกและองค์กรต่างๆ ก็คงหาช่องทางลงให้ รันเวย์ขนงพระก็ยังคงพาเครื่องบินส่วนตัวของอนุทินบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างราบรื่นชิลๆ เหมือนเดิม แต่การรอดรอบนี้มันจะทิ้งรอยด่างพร้อยและตอกย้ำความเสื่อมศรัทธาของประชาชนจนถึงขีดสุด รอดในกระดาษน่ะรอดได้ แต่จะไม่มีวันรอดไปจาก ศาลศรัทธาของประชาชน ที่เขาตราหน้าและวิพากษ์วิจารณ์ความเหลื่อมล้ำนี้กันทั้งแผ่นดิน รอดวันนี้บนเสียงสาปแช่งและซากปรักหักพังของความน่าเชื่อถือในระบบยุติธรรมไทย มันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจตรงไหน