เตือนภัยกลโกงใหม่ มิจฉาชีพใช้รูปโปรไฟล์ของคุณโพสต์ประจานให้เสียหาย ลวงให้แอดไลน์ไปเคลียร์ปัญหาเพื่อข่มขู่รีดเงิน หากพบเห็นอย่าตกใจ ห้ามติดต่อกลับเด็ดขาด ให้รีบเก็บหลักฐานแล้วแจ้งความทันที
โลกออนไลน์ด้านหนึ่ง กลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังกลโกงรูปแบบใหม่ หลังพบผู้เสียหายจำนวนหนึ่งถูกนำรูปโปรไฟล์และข้อมูลส่วนตัวไปแอบอ้างโพสต์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความกล่าวหาในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง เพื่อหลอกให้ติดต่อกลับผ่านแอปพลิเคชัน LINE ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการข่มขู่และหลอกเอาเงินในขั้นตอนต่อไป
กลโกงดังกล่าวอาศัยจิตวิทยาเป็นเครื่องมือสำคัญ คนร้ายจะนำรูปโปรไฟล์ ชื่อ หรือข้อมูลของเหยื่อไปเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะ พร้อมสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นจะทิ้งช่องทางติดต่อ โดยเฉพาะบัญชี LINE พร้อมข้อความเร่งรัดให้รีบติดต่อเพื่อ "เคลียร์ปัญหา" หรือ "ชี้แจงข้อเท็จจริง"
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและแอดไลน์ไปพูดคุย กระบวนการหลอกลวงก็จะเริ่มต้นทันที โดยมิจฉาชีพอาจอ้างว่าสามารถลบโพสต์หรือยุติการเผยแพร่ข้อมูลได้ หากผู้เสียหายยอมจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียกร้อง บางกรณียังใช้การข่มขู่เพิ่มความกดดัน อ้างว่าจะเผยแพร่ข้อมูลให้กว้างขึ้น หรือส่งต่อให้คนรู้จักของเหยื่อ หากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง
นอกจากการรีดไถเงินแล้ว มิจฉาชีพยังอาจใช้โอกาสดังกล่าวหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน หน้าสมุดบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ได้ในภายหลัง
อีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องระวังคือ การส่งลิงก์ปลอมหรือแอปพลิเคชันอันตราย โดยอ้างว่าเป็นระบบยืนยันตัวตน หรือใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล เมื่อเหยื่อกดลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าว อุปกรณ์อาจติดมัลแวร์ ทำให้มิจฉาชีพสามารถขโมยข้อมูลส่วนตัว เข้าถึงบัญชีธนาคาร หรือควบคุมโทรศัพท์มือถือจากระยะไกล ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินในวงกว้าง
ดังนั้น หากพบว่ารูปของตนเองถูกนำไปโพสต์ในลักษณะดังกล่าว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ และอย่าตกเป็นเหยื่อของการข่มขู่
แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ คือ ห้ามรีบติดต่อกลับ ห้ามแอดไลน์ตามที่มิจฉาชีพระบุไว้ และไม่ควรโอนเงินไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เพราะการติดต่อกลับจะเปิดโอกาสให้คนร้ายใช้จิตวิทยาหลอกลวงเพิ่มเติม รวมถึงส่งลิงก์อันตรายหรือหลอกขอข้อมูลสำคัญ
ทางแก้ตอนนี้ คือ ผู้เสียหายควรรีบเก็บหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าจอของโพสต์ ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง ชื่อบัญชีผู้โพสต์ หรือข้อมูลการสนทนา เพื่อใช้ประกอบการแจ้งความและติดตามตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ควรใช้ระบบรายงาน (Report) ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเลือกเหตุผล เช่น การปลอมแปลงเป็นบุคคลอื่น การละเมิดสิทธิ์ หรือการสร้างความเกลียดชัง เพื่อให้ผู้ให้บริการพิจารณาลบโพสต์และระงับบัญชีโดยเร็วที่สุด
การหลอกลวงผ่านโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือการอาศัยความกลัว ความตกใจ และความรีบร้อนของเหยื่อเป็นช่องทางในการก่อเหตุ การมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และไม่รีบดำเนินการตามคำสั่งของบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

