รัฐบาลเจอโจทย์ใหญ่ งบบุคลากรพุ่งไม่หยุด เร่งเครื่องแผนเกษียณก่อนกำหนด ปรับโครงสร้างราชการครั้งใหญ่ หวังคุมค่าใช้จ่ายระยะยาว
ภาระงบประมาณด้านบุคลากรของภาครัฐกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางออก เมื่อรายจ่ายด้านเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนกินสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของรายจ่ายประจำ ส่งผลให้รัฐบาลเริ่มขยับครั้งสำคัญ ทั้งการศึกษามาตรการ "เกษียณอายุก่อนกำหนด" การปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาล และการยกระดับมาตรการปราบปรามการทุจริตสอบเข้ารับราชการ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและยกระดับประสิทธิภาพระบบราชการในระยะยาว
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก "ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt" ถึงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ศึกษามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) สำหรับข้าราชการ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2570 สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐให้เหมาะสมกับภารกิจและสถานการณ์ด้านการคลัง
ทั้งนี้ เรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน เนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ส่วนรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จ บำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคน และค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด โดยได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป

