กรมทางหลวง เดินหน้าแก้กฎหมาย 2 ฉบับ เปิดรับฟังความเห็น“พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535” และ”พ.ร.บ.ค่าธรรมเนียมฯ พ.ศ. 2497” ฉบับปรับปรุงแก้ไข ลุยตั้ง TFF ระดมทุนสร้างมอเตอร์เวย์ นำร่อง สาย M 8 เพื่อลดภาระงบประมาณ
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรายได้จากค่าตอบแทนที่พักริมทาง (Rest Area) เข้ากองทุนค่าธรรมเนียมฯ และพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ให้สามารถจัดทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) เพื่อระดมทุนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอน รับฟังความคิดเห็นในหลักการของร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ กำหนดระยะเวลา 30 วัน หลังจากนั้น ช่วงปลายเดือน ก.ค. 2569 จะนำร่างฯ ดังกล่าวพร้อมรายละเอียด ขึ้นรับฟังความเห็น ครั้งที่ 2
“คาดว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จภายในปี 2570 และดำเนินการออกกองทุน TFF เพื่อระดมทุนได้ในปี 2571 ต่อไป โดยโครงการนำร่องที่จะระดมเงินจาก TFF ไปใช้ในการก่อสร้างคือ มอเตอร์เวย์ M8 ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม.ซึ่งมีค่าก่อสร้างงานโยธา ประมาณ 40,162 ล้านบาท แผนเดิมทล.จะใช้เงินจากองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์ ร่วมกับเงินงบประมาณ แต่หากการแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จสามารถระดมทุนได้ทันก็จะปรับแผนมาใช้เงินจากการระดมทุนก่อสร้างงานโยธา”
โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 เว็ปไซด์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของร่างพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการเพื่อ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 เพื่อให้นำค่าตอบแทนที่ได้รับจากผู้ลงทุนซึ่งจัดให้มีหรือเข้าบริหารจัดการที่พักริมทางหรือสิ่งก่อสร้างอื่นใดในเขตทางหลวงที่กำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวง ส่งเป็นเงินรายได้ของกองทุนพัฒนาทางหลวงตามกฎหมายว่าด้วยค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควบคุมทางหลวงนั้น แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน (เพิ่มมาตรา 63 วรรคสาม)
เนื่องจาก”กฎหมายว่าด้วยค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวงกำหนดให้มีกองทุนพัฒนาทางหลวงขึ้น และให้เงินค่าตอบแทนที่ได้รับจากผู้ลงทุนซึ่งจัดให้มีหรือเข้าบริหารจัดการที่พักริมทาง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นใดในเขตทางหลวงที่กำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวง เป็นส่วนหนึ่งของเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาทางหลวง หรือเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควบคุมทางหลวงนั้น แล้วแต่กรณี สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยทางหลวงเพื่อกำหนดการนำส่งค่าตอบแทนดังกล่าวให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”
สำหรับร่างพระราชบัญญัติค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวง พ.ศ. .... มีหลักการและเหตุผล เพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่ประเทศไทยได้มีการขยายโครงการจัดให้มีหรือพัฒนาโครงข่ายทางหลวงที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การใช้ทางหลวง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการเดินทางและเพิ่มศักยภาพในการขนส่งของประเทศ
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สมควรให้มีกองทุนพัฒนาทางหลวง โดยนำค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวงส่งเข้ากองทุนพัฒนาทางหลวง และให้กองทุนดังกล่าวเป็นแหล่งเงินในการจัดให้มีหรือพัฒนาทางหลวงที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งสามารถนำค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวงที่จะได้รับในอนาคต ไปเป็นทรัพย์สินในการระดมทุน เพื่อนำไปใช้ในการจัดให้มีหรือพัฒนาโครงข่ายทางหลวงที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อไปได้ ประกอบกับสมควรแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

