รัสเซียถล่มยูเครนด้วยห่าขีปนาวุธและโดรนในวันจันทร์ (6 ก.ค.) สังหารผู้คนอย่างน้อย 26 ราย เผยให้เห็นว่าเคียฟกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก "ขีปนาวุธสกัดกั้นที่ผลิตโดยสหรัฐฯ" ขณะที่ปฏิบัติการล่าสุดมีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากมอสโกทำการโจมตีเล่นงานเมืองหลวงของยูเครนครั้งนองเลือดที่สุดในปีนี้
ทีมกู้ภัยเร่งมือขุดคุ้ยร่างไร้วิญญาณออกจากซากหักพังของอาคารสูงในกรุงเคียฟ ที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆจากปฏิบัติการโจมตีของรัสเซียเมื่อค่ำคืนที่่ผ่านมา การโจมตีระลอกล่าสุดนี้มีขึ้นก่อนการประชุมซัมมิตนาโต ที่ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีกำหนดพูดคุยกับ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ในความพยายามผลักดันสันติภาพรอบใหม่
กองทัพยูเครนไม่สามารถสอยร่วงขีปนาวุธแบบทิ้งตัวใดๆได้เลยจากทั้งหมด 23 ลูกที่รัสเซียยิงออกมา อ้างอิงข้อมูลของกองทัพอากาศ สะท้อนว่ายูเครนมีความอ่อนแอมากขึ้นเรื่อยๆต่อการโจมตีของมอสโก เนื่องจากสต๊อกระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" อันล้ำค่า กำลังร่อยหรอเต็มที
เซเลนสกี ส่งเสียงมาช้านานร้องขอระบบสกัดกั้นดังกล่าวเพิ่มเติม เนื่องจากมันเป็นเพียงอาวุธชนิดเดียวในคลังแสงของพวกเขาที่สามารถสอยร่วงขีปนาวุธ มีความเร็วสูงและมีเพดานการบินที่สูงลิ่ว ทำให้ยากต่อการสกัดกั้น
ระหว่างปราศรัยผ่านวิดีโอยามค่ำคืน เซเลนสกีบอกว่า "มันเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งในโลกยุคใหม่นี้ ที่การผลิตยังคงไม่ได้รับการยกระดับ ให้ถึงระดับที่จำเป็นอย่างแท้จริงในการปกป้องผู้คนจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่มุ่งสร้างความหวาดกลัว"
เขากล่าวต่อว่ายูคเรนมีองค์ความรู้สำหรับผลิตอาวุธดังกล่าว และถ้าได้รับใบอนุญาตจากสหรัฐฯในการผลิตระบบแพทริออตของอเมริกา "กำลังการผลิตของเรา ไม่ใช่แค่จะพอเพียงสำหรับการป้องกันยูเครนเท่านั้น แต่ยังพอเพียงสำหรับช่วยเหลือบรรดาพันธมิตรที่ต้องการมันด้วยเช่นกัน"
ก่อนหน้านี้ เซเลนสกี ส่งเสียงเรียกร้องให้ที่ประชุมซัมมิตนาโตในตุรกี ที่เริ่มขึ้นในวันอังคาร(7ก.ค.) ทำการตัดสินใจด้วยความหนักแน่น เพื่อรับประกันว่ายูเครนจะสามารถปกป้องตนเอง ในขณะที่ข้อมูลของกองทัพอากาศยูเครน พบว่าระบป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขาสอยร่วงขีปนาวุธแบบทิ้งตัวได้เพียง 4 ลูกเท่านั้น จากทั้งหมด 49 ลูก ในเดือนกรกฏาคม
อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศยูเครนเผยว่าสามารถสกัดขีปนาวุธอื่นๆได้ 37 ลูกและโดรนมากกว่า 90% จากทั้งหมด 351 ลำ ที่รัสเซียยิงออกมาระหว่างปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันจันทร์(6ก.ค.)
หน่วยฉุกเฉินระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 รายในกรุงเคียฟ อย่างไรก็ตามคาดหมายว่าตัวเลขอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงเดินหน้าต่อไป ส่วน อิฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน เผยว่ามีอาคารเกือบ 30 หลังในกรุงเคียฟ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การโจมตีในวันจันทร์(6ก.ค.) มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากรัสเซียจัดการถล่มกรุงเคียฟ ครั้งนองเลือดที่สุดในปีนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว สังหารผู้คนไป 31 ราย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่ากองกำลังของพวกเขาทำการโจมตีขนานใหญ่ใส่กรุงเคียฟและที่ตั้งอื่่นๆ ด้วยอาวุธและโดรน พิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูง ยิงจากทั้งทางอากาศ ภาคพื้นและทะเล พร้อมระบุการโจมตีดังกล่าวยังเล่นงานที่ตั้งทางทหารและทางพลังงานในกรุงเคียๆและภูมิภาคโดยรอบ เช่นเดียวกับลานบินทางทหารในภูมิภาคอื่นๆของยูเครนอีกหลายแห่ง
ในปีนี้ มอสโก ได้ยกระดับการทำสงครามทางอากาศ ในขณะที่ความคืบหน้าในสนามรบชะลอตัวลงจนแทบจะหยุดนิ่ง ปัญหาสะดุดสืบเนื่องจากการที่ยูเครนโจมตีพิสัยไกลเล่นงานโลจิสติกส์ทางทหารและอุตสาหกรรมน้ำมันของพวกเขา
นอกจากนี้แล้ว ยูเครน ยังสามารถทวงดินแดนคืนมาได้บางพื้นที่ตามแนวหน้าที่ครอบคลุมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร แม้อีกด้านหนึ่ง รัสเซียจะรุกคืบเข้าสู่เมืองคอสเตียนตินิฟกา ทางภาคตะวันออก ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

