xs
xsm
sm
md
lg

จีนแซงก์ชั่นบ.อาวุธ-เหมืองแร่แรร์เอิร์ธมะริกัน ตอบโต้ที่วอชิงตันแบล็กลิสต์บริษัทแดนมังกร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จีนประกาศใช้ 2 มาตรการซ้อนๆ เล่นงานบริษัทอเมริกันรวมหลายสิบแห่ง เป็นการตอบโต้เอาคืนที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯขึ้นบัญชีดำกิจการของแดนมังกร  และเฉกเช่นเดียวกับการแก้เผ็ดกันในทำนองนี้คราวก่อนๆ  วอชิงตันอ้างเหตุผลว่าต้องทำเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ  ขณะที่ปักกิ่งโวยใส่ว่าสาเหตุเบื้องหลังแท้จริงคือการมุ่งสกัดขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนต่างหาก (ภาพนี้มาจาก โกลบอลไทมส์)
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/06/china-sanctions-us-defense-rare-earth-firms-in-retaliation/)

China sanctions US defense, rare earth firms in retaliation
by Jeff Pao
23/06/2026

ปักกิ่งเคลื่อนไหวเพื่อบีบคั้นภาคอุตสาหกรรมกลาโหมสหรัฐฯ โดยยังระวังไม่ให้ถึงกับจุดชนวนไปสู่การแยกขาดจากกันอย่างเต็มพิกัด ในเวลาที่เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศซึ่งจีนยังมีความต้องการอย่างมาก กำลังไหลเข้าแดนมังกรลดน้อยลง

ปักกิ่งเล่นงานเอาคืนวอชิงตันเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยมาตรการตอบโต้ที่มีขอบเขตกว้างขวาง 2 ชุดซ้อน นั่นคือ ทั้งสั่งห้ามกระทรวงทบวงกรมของรัฐบาลจีนซื้อหาผลิตภัณฑ์จากพวกบริษัททำสัญญารับเหมารับจ้างด้านกลาโหมให้รัฐบาลสหรัฐฯจำนวน 46 ราย และขึ้นบัญชีดำบริษัทอเมริกัน 10 รายไม่ให้ได้รับสินค้าส่งออกจากจีนที่อยู่ในลักษณะใช้ได้ในทั้งสองวัตถุประสงค์ (dual-use) ซึ่งก็คือใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร

ในมาตรการฉบับแรก กระทรวงการคลังแดนมังกรประกาศ [1] ว่า ห้ามหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลายของทางการจีน ซื้อหาพวกผลิตภัณฑ์ที่กิจการสหรัฐฯ 46 รายเป็นผู้ผลิต โดยที่ชื่อซึ่งอยู่หัวแถวของบัญชีต้องห้ามนี้ก็อย่างเช่น บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน คอร์เปอเรชั่น (Lockheed Martin Corporation) และ บริษัท เรย์ธีออน มิสไซลส์ แอนด์ ดีเฟนซ์ (Raytheon Missiles & Defense) ทั้งนี้ การจำกัดกีดกั้นนี้ ซึ่งมีข้อยกเว้นให้ในกรณีที่เป็นวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากสหรัฐฯซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่ในประเทศจีน จะมีผลบังคับใช้ในทันที

ในเวลาเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จีน ก็ประกาศ [2] เพิ่มชื่อกิจการสหรัฐฯอีก 10 รายเข้าไปในบัญชีควบคุมการส่งออกของตนภายใต้กฎหมายควบคุมการส่งออกของประเทศจีน (China’s Export Control Law) ซึ่งจะทำให้พวกผู้ส่งออกจีนไม่สามารถซัปพลายสินค้าที่ใช้ได้สองวัตถุประสงค์ป้อนให้แก่พวกเขา รายชื่อบริษัทที่ถูกเพิ่มในบัญชีดำครั้งนี้มีทั้ง 2 บริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอย่าง เอ็มพี แมตทีเรียลส์ คอร์ป (MP Materials Corp) และ ยูเอสเอ แรร์ เอิร์ธ (USA Rare Earth) และพวกผู้ผลิตโดรนตลอดจนผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ด้านกลาโหม อย่างเช่น เรด แคต โฮลดิงส์ (Red Cat Holdings), ทีล โดรนส์ (Teal Drones), และ บอลล์ แอโรสเปซ แอนด์ เทคโนโลจีส์ คอร์ป (Ball Aerospace & Technologies Corp)

“ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอบโต้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายสหรัฐฯที่ประกาศเพิ่มรายชื่อของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า กิจการการทหาร-อุตสาหกรรมของประเทศจีน (China military-industrial entity list) และกระทำด้วยจุดม่งหมายของการพิทักษ์ปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของประเทศจีน ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพันธะกรณีต่างๆ ในเรื่องการไม่แพร่กระจายอาวุธ” เป็นคำแถลงของผู้ทำหน้าที่โฆษกให้แก่กระทรวงพาณิชย์แดนมังกร

ขณะที่สื่อมวลชนภาครัฐของจีนอธิบายขยายความว่า มาตรการ 2 ชุดซ้อนคราวนี้คือการตอบโต้กลับหลังจากวอชิงตันเพิ่มรายชื่อกิจการจีนหลายสิบแห่งเข้าไว้ในบัญชีรายชื่อซึ่งพวกเขากล่าวหาว่าเป็นบริษัทที่มีผู้เกี่ยวข้องโยงใยกับฝ่ายทหาร โดยชื่อใหม่ๆ เหล่านี้มีทั้ง อาลีบาบา, บีวายดี, และ ไป่ตู้, บริษัทเหล่านี้จำนวนมากได้ออกมาปฏิเสธการถูกขึ้นบัญชีเช่นนี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมูลความจริงรองรับเลย

“มาตรการทั้ง 2 ซึ่งเปิดเผยออกมาในวันเดียวกันคราวนี้ เป็นการตอบโต้วอชิงตันที่นำเอามาตรการแซงก์ชั่นและการใส่ชื่อวิสาหกิจเอาไว้ในบัญชีดำตามอำเภอใจฝ่ายเดียว มาใช้เป็นอาวุธครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามเล่นงานวิสาหกิจของจีน รวมไปถึงการที่พวกเขากระทำอย่างไม่มีเหตุผลรองรับในการเพิ่มชื่อบริษัทจีนเข้าไปในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าบัญชีรายชื่อวิสาหกิจการทหาร-อุตสาหกรรม” หลี่ หย่ง (Li Yong) สมาชิกสภาบริหารของสมาคมเพื่อดับเบิลยูทีโอศึกษาแห่งประเทศจีน (China Society for WTO Studies) บอก [3] กับสื่อ โกลบอลไทมส์ (Global Times) ในวันที่ 22 มิ.ย. พร้อมกับย้ำว่า “ถ้าการปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องของสหรัฐฯเช่นนี้ถูกปล่อยไว้โดยไม่สกัดขัดขวางแล้ว พวกเขาก็มีแต่จะทำเพิ่มมากขึ้นไปอีก”

“มาตรการควบคุมของประเทศจีนมีการกำหนดขอบเขตต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน โดยพุ่งเป้าเล่นงานเฉพาะพวกข้าวของซึ่งผูกพันกับซัปพลายทางทหารและอุตสาหกรรมการผลิตทางทหารเท่านั้น” เขากล่าว “ตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ สหรัฐฯกลับมุ่งหน้าทำตามอำเภอใจฝ่ายเดียวในการขยายขนาดขอบเขตของการกำจัดปราบปราม, กุเรื่องขึ้นมาเองว่ามีความเชื่อมโยงกับฝ่ายทหาร เพื่อเล่นงานบริษัทจีนแห่งต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับฝ่ายทหารเลย แต่เพื่อใช้เป็นข้อกล่าวหาสำหรับพุ่งเป้าเล่นงานภาคไฮเทคของจีนต่างหาก”

เขาบอกว่า การที่วอชิงตันเคลื่อนไหวพุ่งเป้าเล่นงานพวกกิจการชั้นนำของจีนในภาคส่วนต่างๆ หลายหลากทั่วไปหมด คือการเปลือยให้เห็นอย่างล่อนจ้อนถึงเจตนารมณ์อันแท้จริงของสหรัฐฯ ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะจำกัดกีดกั้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน อยู่ด้านหลังของฉากที่ทำเป็นโหมประโคมว่ามีความกังวลห่วงใยเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา

สถานการณ์ที่ทำท่าบานปลายขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ ปรากฏขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ เดินทางไปเยือน [4] กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อประชุมซัมมิตกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายบอกว่าเป็นการหารือที่ก่อเกิดผลซึ่งน่าพอใจ คณะบริหารทรัมป์แถลงว่าส่วนหนึ่งของสิ่งที่เห็นพ้องกันได้ในคราวนั้นคือจีนตกลงที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและเครื่องบินอเมริกันเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ท่าทีอันมีมิตรไมตรีต่อกันนี้ปรากฏว่ามีอายุสั้นนิดเดียว

ในวันที่ 8 มิถุนายน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ประกาศ [5] ขยายบัญชีรายชื่อบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทหารครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ตนเคยกระทำมา ด้วยการเพิ่มรายชื่อเป็น 188 รายจากที่มียอดอยู่ 134 รายในปีที่แล้ว การอัปเดตคราวนี้ยังกวาดเก็บเอาชื่อบริษัทเทคโนโลยีพลเรือนสำคัญมากๆ ของแดนมังกรเข้ามาอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้ง อาลีบาบา, บีวายดี, และไป่ตู้ ถือเป็นการขยายบัญชีดำนี้ให้ครอบคลุมล้ำเลยไปจากภาคกลาโหม และเพิ่มความรู้สึกวิตกอย่างล้ำลึกในปักกิ่งว่าวอชิงตันกำลังใช้มาตรการขึ้นบัญชีดำโดยอ้างเหตุผลเป็นความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยเป้าหมายมุ่งเล่นงานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ของประเทศจีน

พวกนักวิจารณ์ให้ความเห็นผ่านสื่อ (คอมเมนเตเตอร์) ชาวจีน พูดกันว่า มาตรการตอบโต้ 2 อย่างซ้อนของปักกิ่งครั้งนี้ จัดทำออกมาแบบตั้งใจให้เกิดแรงกดดันสูงสุดต่อพวกบริษัทรับเหมารับจ้างด้านกลาโหมตลอดจนพวกซัปพลายเออร์ด้านแรร์เอิร์ธของสหรัฐฯ ขณะที่ยังละเว้นไม่ให้กระทบกิจการต่างชาติซึ่งมีการดำเนินงานเชิงพาณิชย์อย่างแข็งขันในจีน

“บริษัท 8 แห่งแรกที่ถูกเพิ่มชื่อในบัญชีควบคุมการส่งออกของจีนคราวนี้ เป็นพวกทำผลิตภัณฑ์ในด้านระบบนิเวศด้านโครนขนาดเล็กๆ (เครือข่ายของอุปกรณ์, ซอฟต์แวร์, อุปกรณ์เสริม, และบริการต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการใช้งานโดรนขนาดเล็ก), ห่วงโซ่เพย์โหลดด้านการบินและอวกาศ (ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทำหน้าที่แปลง, ขยาย, และประมวลผลข้อมูลหรือสัญญาณคลื่นวิทยุ (RF) ภายในดาวเทียมหรือยานอวกาศ), แพลตฟอร์มยานยุทธวิธีของกองทัพ, และระบบเฝ้าระวังใต้น้ำ ของอเมริกา” คอลัมนิสต์ที่มีฐานในมณฑลเหอหนานผู้หนึ่งซึ่งใช้นามปากกาว่า “Sanding Sugar” อธิบาย [6] “ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้เรียกร้องต้องการความสม่ำเสมออย่างยิ่งยวดในเรื่องคุณภาพของวัสดุ, รวมทั้งการทำงานได้อย่างถาวรของแม่เหล็ก, การเคลือบสารอินเดียม (indium) ที่มีความบริสุทธิสูง, และความมีเสถียรภาพของเซรามิกส์ชนิดพิเศษ ประเทศจีนคือซัปพลายเออร์ที่อยู่ในฐานะครองตลาดอย่างอยู่หมัดของพวกแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดเหล่านี้ โดยที่ห่วงโซ่อุปทานเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะสามารถเสาะหาทดแทนได้ง่ายๆ ในชั่วเวลาข้ามคืน”

“บริษัทที่ตกเป้าหมายการแซงก์ชั่นเพิ่มเติมคราวนี้ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากกว่า (8 บริษัทข้างต้นเสียอีก) คือ เอ็มพี แมตทีเรียลส์ และ ยูเอสเอ แรร์ เอิร์ธ ซึ่งเป็น 2 บริษัทเรือธงในการผลักดันมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านแรร์เอิร์ธขึ้นมาใหม่ของอเมริกา” คอลัมนิสต์ผู้นี้บอก “การขึ้นบัญชีดำพวกเขาไม่ได้ทำให้พวกเขาถึงกับต้องยุติการทำเหมืองขุดค้นสินแร่สำคัญยิ่งยวดหรอก แต่เป็นการกีดกั้นไม่ให้พวกเขาสามารถได้รับวัสดุแรร์เอิร์ธผ่านการแปรรูปแล้ว, ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแยกประเภท, และวัสดุตั้งต้นในการทำแม่เหล็ก จากประเทศจีน แผนการของอเมริกาในการชุบชีวิตภาคแรร์เอิร์ธของตน กำลังเจอเข้ากับอุปสรรคด้านกฎข้อบังคับอย่างจัง”

สำหรับคำสั่งของกระทรวงการคลังจีนที่ห้ามหน่วยงานรัฐของแดนมังกรซื้อหาผลิตภัณฑ์จากบริษัทสหรัฐฯ 46 รายนั้น คอลัมนิสต์ผู้นี้บอกว่าปักกิ่งต้องการส่งสัญญาณ 2 ประการไปถึงสหรัฐฯ ได้แก่

**ทางกระทรวงเวลานี้ได้บรรจุชื่อบริษัททั้ง 46 แห่งฝังเข้าไปในระบบกลั่นกรองตลอดทั่วทั้งหน่วยงานด้านการเงินของทุกๆ มณฑล ตลอดจนหน่วยงานงบประมาณส่วนกลางของประเทศจีนแล้ว ทำให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามนี้ในกระบวนการตรวจเช็กอัตโนมัติในเวลาอนุมัติการจัดซื้อทุกๆ ครั้ง

**คำสั่งห้ามนี้ยังมีการยกเว้นอย่างเปิดเผยชัดเจนสำหรับพวกวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนสหรัฐฯซึ่งดำเนินงานอยู่ภายในจีน ดังนั้น ธุรกิจอย่างเช่นพวกซัปพลายเออร์ชิ้นส่วนต่างๆ ให้แก่บริษัทแอปเปิล หรือพวกผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ของสหรัฐฯที่กำลังดำเนินงานอยู่ในตลาดจีน จะได้รับการยกเว้น

คอลัมนิสต์ที่ตั้งฐานอยู่ในมณฑลหูหนาน ซึ่งใช้นามปากกาว่า ซี คุนหลุน (Xi Kunlun) ให้ความเห็น [7] ว่า ปักกิ่งมีความตั้งใจที่จะแบ่งบริษัทอเมริกันออกเป็น 2 ค่าย โดยให้รางวัลพวกที่มีการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในประเทศจีนกันจริงๆ ขณะเดียวกันก็ลงโทษพวกที่มีความผูกพันกับภาคกลาโหมและภาคแรร์เอิร์ธของสหรัฐฯ

“การตอบโต้เอาคืนคราวนี้มุ่งส่งข้อความที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การแก้เผ็ดธรรมดา โดยที่จีนกำลังบอกกล่าวกับวอชิงตันว่า การกดขี่ปราบรามบริษัทจีนนั้นเป็นเรื่องที่มีต้นทุนจะต้องจ่าย” เขากล่าว “สหรัฐฯพุ่งเป้าเล่นงานอุตสาหกรรมโดรนของจีน ดังนั้นจีนก็นำเอาพวกผู้ผลิตโดรนอเมริกันเข้ามาอยู่ในบัญชีดำรายชื่อวิสาหกิจของตนเองบ้าง สหรัฐฯขึ้นป้ายตีทะเบียนพวกบริษัทเทคโนโลยีจีนว่าเป็นกิจการด้านการทหาร ดังนั้น จีนก็แบล็กลิสต์พวกกิจการอเมริกันอย่างสมน้ำสมเนื้อกัน”

นอกจากนั้นแล้ว “จีนยังกำลังนำเอาไพ่ตัวเด็ดของตนออกมาเล่นอีกด้วย นั่นคือตลาดจัดซื้อภายในประเทศที่ขนาดใหญ่โตกว้างขวางของแดนมังกร ด้วยการตัดลดช่องทางต่างๆ ในการเข้าถึงตลาดนี้โดยพุ่งเป้าหมายเล่นงานพวกกิจการสหรัฐฯซึ่งกำลังทำกำไรจากงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลจีน” เขาบอก “ถ้าวอชิงตันต้องการที่จะพูดจากัน ก็เข้ามาหารือด้วยท่าทีเคารพกัน ถ้าพวกเขาต้องการที่จะรบกัน จีนก็ยินดีจะตอบสนอง”

“การแยกขาดจากกันไปเลย เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง”

มีผู้สังเกตการณ์บางรายให้ความเห็นว่า มาตรการล่าสุดทั้งสองอย่างของปักกิ่ง มีลักษณะเชิงสัญลักษณ์มากกว่าเป็นการก้าวเดินไปบนเส้นทางมุ่งสู่การแยกขาดออกจากกันอย่างเต็มที่ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าพวกบริษัทสหรัฐฯทั้ง 10 รายที่ถูกขึ้นบัญชีดำครั้งนี้ ในความเป็นจริงก็แทบไม่ไดมีความต้องการได้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ จากประเทศจีนอยู่แล้ว เวลาเดียวกัน ทางพวกหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลจีนส่วนใหญ่ก็ได้หยุดยั้งไม่ซื้อหาผลิตภัณฑ์ด้านกลาโหมอเมริกันกันมานานแล้ว นอกจากนั้น พวกเขาเตือนว่าปักกิ่งต้องใช้ความระมัดระวังให้มากในเรื่องที่ว่า อย่าได้ทำให้มาตรการตอบโต้แก้เผ็ดเหล่านี้ส่งผลกลายเป็นการกีดกั้นเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่แดนมังกรกำลังต้องการเหลือเกิน

ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้ามาในประเทศจีน ได้ลดลง [8] 8.6% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน จนลงมาอยู่ที่ระดับ 327,290 ล้านหยวน (45,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ทั้งนี้ตามตัวเลขสถิติของกระทรวงพาณิชย์จีน ทางกระทรวงไม่ได้มีการแตกตัวเลขลงมาเป็นรายประเทศ แต่ก็ชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนจากซาอุดีอาระเบีย, มาเลเซีย, สวิตเซอร์แลนด์, และสหรัฐฯได้เพิ่มสูงขึ้น บ่งชี้ให้เห็นว่า เม็ดเงินไหลเข้าจากพวกประเทศยุโรปและเอเชียส่วนใหญ่อาจจะลดต่ำลง

ในอีกด้านหนึ่ง มีนักเขียนซึ่งตั้งฐานอยู่ที่มณฑลซานซีผู้หนึ่งให้ความเห็น [9] ว่า มีบริษัทจีนบางแห่ง เป็นต้นว่า เสียวหมี่ (Xiaomi) และ แอดแวนซ์ ไมโคร-แฟบริเคชั่น อีควิปเมนต์ อิงค์ (Advanced Micro-Fabrication Equipment Inc) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปรกณ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ ต่างประสบความสำเร็จในการยื่นอุทธรณ์จนได้รับการถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อบริษัททางการทหารของเพนตากอน ภายหลังได้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามกฎหมาย

“แต่เราควรต้องยอมรับความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา วอชิงตันนั้นยังคงมีอิทธิพลเป็นผู้กำหนดน้ำเสียงในกิจการด้านการทหารและความมั่นคง และสามารถที่จะดึงลากให้พวกยุโรป ตลอดจนพวกหุ้นส่วนผู้เป็นพันธมิตรของตน ให้ต้องก้าวเดินตามในจังหวะคล้องจองกัน มันเป็นสิ่งที่ไม่สอคล้องกับความเป็นจริงเลยสำหรับจีนที่จะแยกขาดออกจากฝ่ายตะวันตก” เขาให้ความเห็น “เรายังไม่สามารถหาตลาดที่อื่นๆ มาแทนที่พวกตลาดทางตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว ตลาดของชาติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ทั้งหลายนั้นยังคงไม่สามารถเติมช่องว่างออร์เดอร์ที่จะเกิดขึ้น ให้แก่จีนได้ นอกจากนั้นยังคงมีพวกหุ้นส่วนทางการค้าในต่างแดนบางราย จะตัดสินใจอย่างเงียบๆ ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ทำธุรกิจกับพวกกิจการของจีนซึ่งถูกสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำ แทนที่จะเสี่ยงถูกเล่นงานฐานไม่กระทำตามกฎระเบียบของสหรัฐฯ”

เชิงอรรถ
[1] https://gks.mof.gov.cn/guizhangzhidu/202606/t20260622_3991936.htm
[2]https://aqygzj.mofcom.gov.cn/flzc/gzjgfxwj/art/2026/art_497968bd4481455a93639682dfa11770.htm
[3] https://www.globaltimes.cn/page/202606/1364094.shtml
[4] https://www.fmprc.gov.cn/eng/xw/zyxw/202605/t20260514_11910330.html
[5] https://media.defense.gov/2026/Jun/08/2003945537/-1/-1/1/ENTITIES-IDENTIFIED-AS-CHINESE-MILITARY-COMPANIES-OPERATING-IN-THE-UNITED-STATES-IN-ACCORDANCE-WITH-SECTION-1260H.PDF
[6] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1868685650358477571&wfr=spider&for=pc
[7] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1868695437734966458&wfr=spider&for=pc
[8] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1868696898893645338&wfr=spider&for=pc
[9] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1867518559404110961&wfr=spider&for=pc