ผบ.ทอ. ลั่นกองทัพอากาศพร้อมรบทุกมิติ รับมือภัยคุกคามยุคใหม่ทั้งไซเบอร์และอวกาศ พร้อมเดินหน้าพัฒนากองทัพเทคโนโลยีต่อเนื่อง เผยส่งเสนาธิการ ทอ.ลงพื้นที่สระแก้วร่วมกับ เสธ.ทบ.-ทร.เพื่อตรวจสอบพื้นที่ภูมิศาสตร์ รองรับปฏิบัติการร่วม
วันนี้ (6 ก.ค.69) พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงการรายงานความพร้อมของกองทัพอากาศ ภายหลังที่พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพอากาศว่า การเตรียมความพร้อมในสภาวะปกติ ถือเป็นหน้าที่ของกองทัพอากาศ ที่จะต้องดำรงความพร้อมรบ ซึ่งทุกเหล่าทัพได้ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว สามารถวัด และประเมินค่าได้จากการฝึก ทดสอบ การใช้กำลัง เพื่อทดสอบว่า สิ่งที่เราฝึกมาตอบสนองภัยคุกคามหรือไม่ เราทำเช่นนี้มาโดยตลอด ทั้งการฝึกภายในของกองทัพอากาศ และฝึกร่วมกับเหล่าทัพ รวมถึงการฝึกร่วมกับต่างประเทศ เพราะภัยคุกคามมีหลายรูปแบบ มีทั้งมองเห็น และมองไม่เห็น เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการแจมจีพีเอส หรือการรบกวนสัญญาณ (GPS) เพื่อให้สามารถตอบโต้กับภัยคุกคามของเรา ซึ่งมีอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นการเตรียมความพร้อม ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้กองทัพมีความตระหนักรู้ เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องใช้กำลังทางกายภาพ เราสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ควบคู่กับงานด้านการข่าว
เมื่อถามถึงการปฏิบัติการร่วมกับ 3 เหล่าทัพ ภายหลังที่เสนาธิการทหารอากาศ ได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับเสนาธิการทหารบก และเสนาธิการทหารเรือ พลอากาศเอก เสกสรร กล่าวว่า การตรวจสอบพื้นที่ภูมิศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะได้เห็นพื้นที่จริง พื้นที่ที่อาจมีการปฏิบัติการรบร่วมใด ๆ ก็แล้วแต่ จะได้เข้าใจภูมิศาสตร์ของพื้นที่จริง ถือเป็นเจตนารมณ์ของ 3 เหล่าทัพ ที่ให้เสนาธิการเป็นหัวหน้าฝ่ายเสธ ถือเป็นหัวหน้าระดับมันสมอง ได้ลงไปเพื่อเตรียมการในขั้นรายละเอียด ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะภัยคุกคามทางกายภาพอย่างเดียว ยังมีภัยคุกคามที่มองไม่เห็น เช่น โดรน หรือการใช้ขีดความสามารถทางไซเบอร์ในการโจมตีซึ่งกันและกัน ที่มีอยู่ตลอดเวลา
ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ย้ำว่า จะให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองทัพอากาศอย่างเต็มที่ ซึ่งมองว่า กองทัพต้องมีความพร้อม และความพร้อมนั้นก็เกิดจากกำลังพล และเทคโนโลยี รวมถึงการฝึก การทดสอบ อย่างไรก็ตามเรามีทั้งเทคโนโลยี และกำลังพลแล้ว คนเหล่านั้นก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพด้วย แปลว่า ต้องมีความเชี่ยวชาญ และชำนาญ เนื่องจากภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราไม่ได้มองแค่ห้วงอากาศ แต่มองไปถึงอวกาศ พื้นที่ที่เราเป็นเจ้าของจากพื้นดินไปจนถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งมีการใช้ประโยชน์ทั้งการทหาร และพลเรือนอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่รักษาคุ้มครอง ซึ่งผลประโยชน์ตรงนี้มหาศาล เฉพาะแค่สายการบินเข้า-ออกประเทศไทย เป็นเลข 2 หลักของจีดีพี ซึ่งต้องปกป้องให้ปลอดภัย
ทั้งนี้ยืนยันว่า กองทัพอากาศมีความพร้อม อย่างไรก็ตามได้ขอรับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเรื่องของการปรับอัตรากำลังพล และปรับหน่วย โดยแจ้งให้ทราบว่า มีความจำเป็นในบางเรื่อง ซึ่งให้กองทัพอากาศที่เป็นกองทัพเทคโนโลยี ได้มีแผนงานและโครงการฯ ที่สามารถเดินหน้า และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์ปกขาว

