MGR Online - รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้บรรยายสรุปแก่นักการทูตต่างชาติเกี่ยวกับสิ่งที่กัมพูชาระบุว่าเป็นกิจกรรมของไทยที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาท และเรียกร้องให้มีการเจรจาอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจและดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง
เอียต โสเพีย กล่าวต่อหัวหน้าและผู้แทนของคณะผู้แทนทางการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ 42 แห่งในกรุงพนมเปญ โดยชี้แจงถึงสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชากล่าวว่าเป็นการเสริมกำลังของไทยที่อยู่นอกเหนือเส้นเขตแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เอียต โสเพีย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงถึงจุดยืนของกัมพูชาโดยอ้างถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1940 และปี 1907 ว่าเป็นพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับเขตแดน และยังกล่าวถึงมาตรการลดความตึงเครียดที่สองฝ่ายได้ตกลงไว้ในเดือนธ.ค. ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 รวมถึงการกลับมาดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)โดยเร็ว
เธอกล่าวว่าการเริ่มต้นทำงานของ JBC อีกครั้งนั้น จะช่วยให้ประชาชนที่พลัดถิ่นหลายหมื่นคนสามารถกลับบ้านได้ โดยกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่ามีประชาชน 20,923 คน ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ รวมถึงผู้หญิงมากกว่า 10,600 คน และเด็ก 6,000 คน
เอียต โสเพีย กล่าวว่านับตั้งแต่รัฐบาลใหม่ของไทยเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปี ยังคงไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ที่กัมพูชาถือว่าผิดกฎหมายก็ยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่ที่ไทยเข้ายึดครอง
นอกจากนี้ เธอได้กล่าวย้ำถึงบทบาทของทีมสังเกตการณ์อาเซียนในการสนับสนุนการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง และขอบคุณมาเลเซียและฟิลิปปินส์สำหรับการเป็นผู้นำในภารกิจนี้ พร้อมกับยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางบกและทางทะเลอย่างสันติ โดยกล่าวว่าการเจรจาและการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการยุติข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน.

