xs
xsm
sm
md
lg

เทียบชัด! สส.ไทย VS สวีเดน ประเทศรวยกว่าแต่ไร้สวัสดิการ จี้รัฐหยุดเปย์นักการเมือง ก่อนพังทั้งระบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จุดประเด็นร้อน สับแหลกสวัสดิการ สส. ไทยสุดฟุ่มเฟือย สวนทางวิกฤติประเทศขาดดุลงบประมาณเฉียด 8 แสนล้านบาท กางสถิติเทียบชัดสวีเดน ประเทศมั่งคั่งแต่ไร้เบี้ยประชุม-บำนาญนักการเมือง จี้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" โชว์สปิริตนำร่อง "ปฏิรูปตัวเอง" หั่นงบจ้างผู้ช่วยและยกเลิกเบี้ยประชุมกรรมาธิการ หวังเป็นแบบอย่างรักษาวินัยการเงินการคลัง ก่อนชาติเผชิญวิกฤติจากการตักตวงผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. รองศาสตราจารย์ ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์และนักวิชาการชื่อดังด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ออกมาโพสต์ข้อความระบุท่ามกลางวิกฤติการขาดดุลงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างรายจ่ายภาครัฐ บทความได้ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของสมาชิกรัฐสภาไทยที่ยังคงรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือย อาทิ ค่าเบี้ยประชุม ค่าอาหาร เงินบำนาญ และงบจ้างผู้ช่วยถึง 8 คนต่อสส.หนึ่งคน

ซึ่งผลาญภาษีประชาชนหลายพันล้านบาทต่อปี สวนทางกับสมาชิกรัฐสภาของประเทศพัฒนาแล้วอย่างสวีเดนที่ไม่มีสวัสดิการซ้ำซ้อนเหล่านี้ ผู้เขียนจึงเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้นำรัฐบาล แสดงความกล้าหาญทางการเมืองด้วยการเป็นผู้นำ "ปฏิรูปตนเอง" โดยเสนอยกเลิกเบี้ยประชุมและลดจำนวนผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภา เพื่อเป็นแบบอย่างของการเสียสละและรักษาวินัยการเงินการคลัง ก่อนที่ประเทศจะเผชิญวิกฤติอันเกิดจากการตักตวงผลประโยชน์ส่วนตนของนักการเมือง ทั้งนี้ ดร.ชิดตะวัน ได้ระบุข้อความว่า

"ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระแรก รัฐบาลมีถ้อยแถลงว่า เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีรายจ่ายประจำและเพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ในสัดส่วนที่สูงมาก เห็นสมควรต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณครั้งใหญ่ สอดคล้องกับความคิดของแกนนำฝ่ายค้านหลายคน อาทิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ดี ยังไม่พบว่า มีพรรคใดเสนอให้มีการยกเลิกรายจ่ายประจำในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เกินความจำเป็นของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งไม่มีความสมดุลกับฐานะของประเทศ เมื่อพิจารณาสวีเดน ประเทศรายได้สูงซึ่งมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดติด Top5 ของโลกมาอย่างต่อเนื่องพบว่า สมาชิกรัฐสภาของประเทศนี้มีเงินเดือนประมาณ 278,000 บาท โดยไม่มีค่าเบี้ยประชุม/อาหารฟรีสำหรับการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ แม้สวีเดนจะเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งสูงกว่าประเทศไทยเกือบ 10 เท่า แต่กลับไม่มีการตั้งกฎเกณฑ์ในการให้เงินบำนาญหรือเงินเลี้ยงชีพแก่สมาชิกรัฐสภาที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว อีกทั้งไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ช่วยงานส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภา

สำหรับประเทศไทย สมาชิกรัฐสภามีเงินเดือนมากกว่า 110,000 บาท ไม่นับรวมค่าเบี้ยประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) ครั้งละ 1,500 บาท ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างสำหรับการประชุมกมธ.มื้อละ 300 บาท และ 50 บาทต่อคน ตามลำดับ อีกทั้งยังมีค่าเดินทางมาประชุมสภา/กมธ. ที่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน สำหรับค่าตอบแทนผู้ช่วยงานส่วนตัวจำนวน 8 คน ใช้งบประมาณ 129,000 บาทต่อเดือนต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ทำให้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนได้รับค่าตอบแทนรวมทุกอย่างแล้วอยู่ระหว่าง 300,000-400,000 บาทต่อเดือน ซึ่งยังไม่นับรวมเงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ สส.) รายเดือน ที่อดีตสมาชิกรัฐสภาได้รับนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งจนกระทั่งตาย

เมื่อพิจารณาในระดับมหภาค นับแต่พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 มีผลบังคับใช้ ได้ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปทั้งสิ้นเกือบ 4,000 ล้านบาท สำหรับระเบียบที่กำหนดให้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนสามารถมีผู้ช่วยงานส่วนตัวได้ 8 คน ส่งผลให้ทั้งรัฐสภามีผู้ช่วยงานส่วนตัวถึง 5,600 คน คิดเป็นภาระด้านงบประมาณปีละกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมการใช้เงินภาษีอากรของประชาชนในการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ที่ปรึกษา นักวิชาการ และเลขานุการ สำหรับช่วยงานกมธ. ซึ่งสามารถมีจำนวนเท่าใดก็ได้ตามที่ประธานกมธ.แต่ละชุดเห็นชอบ

การไม่รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ความไร้ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายของรัฐ การทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ส่งผลให้ประเทศไทยมีการขาดดุลการคลังมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยปีงบประมาณ 2570 มีวงเงินงบประมาณการใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ถึงเกือบ 8 แสนล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคืองบส่วนรายจ่ายประจำและงบเพื่อการชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก สุ่มเสี่ยงที่ประเทศจะเข้าสู่วิกฤติการคลังในไม่ช้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนเป็นไปอย่างประหยัดและคุ้มค่า

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง เสนอให้มีการปฏิรูปรายจ่ายประจำในส่วนที่เป็นสิทธิประโยชน์ฟุ่มเฟือยของตนเอง โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้นำสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ควรสร้างตำนานด้วยการเสนอลดจำนวนผู้ช่วยงานส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภาให้เหลือไม่เกิน 3 คนต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ยกเลิกค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง และค่าเบี้ยประชุมของสมาชิกรัฐสภาในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญแต่ละชุด เนื่องจากเป็นงานโดยตำแหน่งของสมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ผู้ที่จะสามารถปฏิรูปโครงสร้างประเทศได้เป็นผลสำเร็จ ต้องเป็นคนที่รู้จักการเสียสละ ซึ่งเป็นการปฏิรูปตัวเอง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ดังเช่นกรณีผู้แทนปวงชนของประเทศสวีเดน ให้ได้เสียก่อน” มิฉะนั้น ประเทศก็จะประสบความวิบัติ จากการมีสมาชิกรัฐสภาที่ดีแต่พูด การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปเพียงเพื่อสนองต่อความต้องการส่วนตน ครอบครัว และพวกพ้อง โดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง!"