"อี้ แทนคุณ" พาผู้เสียหายนับ 10 รายเข้าพบตำรวจ ปอศ. เพื่อแจ้งความความดำเนินคดีแก๊งลอตเตอรี่ทิพย์ อ้างโควต้า หวยนักการเมือง-บิ๊กกองสลากฯ หลอกลงทุน สูญเงินรวมเกือบ 50 ล้านบาท
วันนี้ (6 ก.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 10 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีหลังถูกหลอกลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 50 ล้านบาท
น.ส.เอ ( นามสมมติ) อายุ 42 ปี ตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างว่าสนิทสนมกับนักการเมืองระดับประเทศ และผู้บริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมักจะโพสต์ภาพและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าสามารถเข้าถึง "โควต้าสลากพิเศษ" ได้โดยตรง และสามารถจัดหาลอตเตอรี่ได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป มีสลากในครอบครองพร้อมส่งมอบมากกว่า 1,000 เล่ม การันตีผลตอบแทนในอัตราที่สูงมากหากร่วมลงทุน
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ด้วยโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือและการอ้างชื่อบุคคลสำคัญ ทำให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้รับสลากตามที่ตกลงกันไว้ และไม่สามารถติดต่อขอเงินคืนได้ เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงจึงรวมตัวกันเข้ามาแจ้งความดังกล่าว
ด้าน นางบี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ประกอบอาชีพแม่ค้าออนไลน์ เปิดเผยว่า รู้จักกับ นาย พ. อ้างเป็นนักการเมือง และ น.ส. ม.อ้างว่าทำงานอยู่ในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านการแนะนำของเพื่อนที่เคยร่วมลงทุนและได้รับผลตอบแทนจริงมานานกว่า 1 ปี เห็นว่าเพื่อนได้กำไรและปันผลตรงเวลา ประกอบกับโปรไฟล์ของกลุ่มดังกล่าวดูน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจนำเงินเก็บสะสมจำนวน 1,000,000 บาท มาร่วมลงทุนด้วย โดย ได้เดินทางไปทำสัญญาร่วมลงทุนระยะเวลา 1 ปี ที่บริษัทของ นาย พ. และ น.ส.ม. ซึ่งตั้งอยู่ย่านสีลม โดยข้อตกลงระบุว่าจะได้รับเงินปันผลจากการขายสลากฯ งวดละ 20,000 บาท
นางบี กล่าวต่อว่า ตอนที่ไปคุย น.ส. ม.ได้นำบัตรประจำตัวมาแสดงเพื่ออ้างว่าตนเองมีตำแหน่งทำงานอยู่ในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถมยังเปิดรูปภาพในโทรศัพท์มือถือโชว์ภาพถ่ายกองสลากเป็นปึก ๆ นับ 1,000 เล่ม ให้ดูเพื่อยืนยันว่ามีโควต้าสลากฯในมือจริง ๆ ทำให้ตนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ โดยในช่วงแรกได้รับเงินปันผลงวดละ 20,000 บาท แต่หลังจากผ่านไปได้เพียง 6 เดือน กลุ่ม นาย พ. และ น.ส.ม. เริ่มมีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินปันผล โดยอ้างเหตุผลสารพัด ก่อนถูกตัดช่องทางการติดต่อไปในที่สุด
ส่วน อี้ แทนคุณ กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และเป็นการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง เบื้องต้นจะพาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. แจ้งความให้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน (สลิปการโอนเงิน และข้อความแชทในโซเชียล) เพื่อออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

