xs
xsm
sm
md
lg

สติสตัง! 'ทรัมป์' ตกใจคนอิหร่านแห่ร่วมพิธีศพ 'ผู้นำสูงสุด' เชื่อมีแต่คนเกลียดร้องไห้แบบปลอมๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยอมรับรู้สึกประหลาดใจต่อภาพประชาชนหลายล้านคนแห่แหนไหลบ่ามาร่วมพิธีศพของอาลี คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยืนกรานยังเชื่อว่าชาวอิหร่านเกลียดผู้นำรายนี้และอาจเป็นน้ำตาปลอมๆที่ไม่ได้ออกมาจากความเสียใจ

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าว Axios ทาง ทรัมป์ กล่าวว่า "ผมรู้สึกแปลกใจที่เห็นชาวอิหร่านบางส่วนร้องไห้ในพิธีศพ ผมคิดว่าประชาชนเกลียดคอเมเนอี ผมคิดว่ามันเป็นน้ำตาปลอม" นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯยังอ้างอีกว่าอิหร่านกระตือรือร้นที่จะกลับมาเจรจานิวเคลียร์ ภายหลังจาก 2 ฝ่าย เห็นพ้องระงับความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นตามหลังเหตุลอบสังหารคาเมเนอี

ทรัมป์ เผยว่าวอชิงตันและเตหะรานระงับการเจรจาเป็นเวลา 1 สัปดาห์จนกว่าพิธีศพจะสิ้นสุดลง และจะไม่มีการโจมตีจากทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว "พวกเขาวิงวอนร้องขอข้อตกลง" ผู้นำสหรัฐฯกล่าวอ้าง

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้กล่าวพาดพิงพวกผู้นำที่เหลืออยู่ของอิหร่าน ที่ออกมาร่วมพิธีศพ "พวกเขาอยู่ที่นั่นกันครบเลย ยิงนัดเดียวก็จัดการพวกเขาได้หมดแล้ว แต่เราจะไม่ทำแบบนั้น เพราะถ้าทำไป เราก็จะไม่เหลือใครไว้ให้เจรจาด้วย"

อาลี คอเมเนอี ซึ่งปกครองอิหร่านมานานกว่า 36 ปี ถูกสังหารในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือวันแรกที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดยุทธการทางทหารเล่นงานอิหร่าน โหมกระพือความขัดแย้งในวงกว้างทั่วภูมิภาค เนื่องจากภาวะสงคราม อิหร่าน ได้เลื่อนพิธีฝังศพของเขาออกไป แม้ตามธรรมเนียมอิสลามแล้ว จะนิยมประกอบพิธีฝังศพภายใน 24 ชั่วโมง

พิธีศพเริ่มขึ้นในวันที่ 4 กรกฏาคม ในนั้นรวมถึงพิธีการต่างๆในเมืองกอม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก่อนปิดฉากด้วยพิธีฝังศพของคอเมเนอี ในบ้านเกิดของเขา ในเมืองมัชฮัด ในวันที่ 9 กรกฏาคม

ท่ามกลางประชาชนหลายล้านคนเข้าร่วมขบวนแห่ศพทั่วอิหร่าน ระหว่างพิธีอำลาในวันเสาร์(4ก.ค.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและ อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ถึงกับมีน้ำตาไหลออกมา

สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่าประชาชนผู้เศร้าโศก ณ พิธีศพของ อาลี คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด มีการจัดแสดงธงสีแดงและป้ายข้อความไว้อาลัยต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงมีการหยิบยกสัญลักษณ์อันทรงพลังของนิกายชีอะห์ ที่สื่อถึงการล้างแค้นให้แก่ผู้นำที่ถูกสังหารอีกด้วย

(ที่มา:เอ็นดีทีวี)