ทล.ดัน 2 โครงการชงครม.ในปี 69 อัดลงทุนกว่า 6.5 หมื่นล. “มอเตอร์เวย์ M 8” นครปฐม-ปากท่อ กำลังทบทวนค่าก่อสร้างหลังราคาน้ำมันดีด และ”วงแหวนหาดใหญ่”รอคณะทำงานฯหารือแผนบริหารจัดการระบบน้ำป้องกันท่วมซ้ำซาก วางกรอบสรุปใน 90 วัน
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมทางหลวงตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันโครงการเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สาย M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะทาง 109 กิโลเมตร ซึ่งจะเสนอดำเนินการ ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม.ก่อน โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง ทบทวนวงเงินค่าก่อสร้างให้เป็นปัจจุบัน ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นคาดว่าค่างานโยธาอาจปรับขึ้นจากประมาณเดิม ส่วนค่าเวนคืนยังคงเป็นไปตามเดิม
มอเตอร์เวย์ M 8 ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. ตามการศึกษาเดิม มีวงเงินลงทุน 61,154 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้างงานโยธา 40,162 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,400 ล้านบาท และค่าก่อสร้างงานระบบ 6,591 ล้านบาท
ทล.แบ่งก่อสร้าง 2 ช่วง โดยช่วง นครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 9.3 กม. ค่าก่อสร้างประมาณ 10,509 ล้านบาท ตามแผนจะใช้รายได้จากองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์มาก่อสร้างงานโยธา ช่วงตลาดจินดา - ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. ค่าก่อสร้าง 29,653 ล้านบาท จะขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2571 ก่อนดำเนินการก่อสร้างปี 2571-2574
อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า เพื่อประหยัดงบประมาณ ทล.มีแผนจัดทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) เพื่อระดมทุนใช้สำหรับค่าก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M8 ซึ่งต้องมีการปรับปรุงพ.ร.บ.ทางหลวงลทำร่างกฎหมายค่าธรรมเนียมผ่านทางฉบับใหม่ ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอน รับฟังความคิดเห็นในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติค่าธรรมเนียมการใช้ทางหลวง พ.ศ. .... โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา กำหนดระยะเวลา 30 วัน หลังจากนั้น ช่วงปลายเดือนก.ค. 2569 จะนำร่างฯดังกล่าวพร้อมรายละเอียด ขึ้นรับฟังความเห็น ครั้งที่ 2 ต่อไป คาดว่ากฎหมายแล้วเสร็จภายในปี 2570 ใช้เวลาในการออก TFF เพื่อระดมทุนได้ในปี 2571 ต่อไป
2. โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระยะทางรวม 66.845 กิโลเมตร วงเงินกว่า 45,305 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะทำงานฯบูรณาการพัฒนาถนนวงแหวนรอบเมือง หาดใหญ่ ร่วมกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการในพื้นที่ และมีผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และผู้แทนกระทรงงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) ร่วมให้ความเห็น มีการประชุมแล้ว 1 ครั้ง กำหนดสรุปภายใน 90 วัน
“จะสรุปหลักการที่เป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเสนอครม.ไปพร้อมกับการขออนุมัติโครงการทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำเนินการในส่วนของการออกพ.ร.ฎ.เวนคืนไปก่อนได้ เพราะบางส่วนสามารถทำไปพร้อมกับถนนได้ เพราะตามแนวถนนมีร่องน้ำอยู่แล้ว หากสามารถนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อการระบายน้ำได้ดีขึ้น”
อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า สำหรับงบประมาณเวนคืนนั้น ในปี2570 กรมทางหลวงตั้งกรอบวงเงินจัดกรรมสิทธิ์ภาพรวมทั้งหมดประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท สามารถบริหารจัดการกรอบวงเงินเวนคืนมาใช้กับโครงการที่มีความพร้อม เพื่อความคล่องตัวและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้
สำหรับโครงการวงแหวนหาดใหญ่ ได้รับการผลักดันตามนโยบายโครงการ Quick-win เพื่อยกระดับศักยภาพเมืองหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ พร้อมแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างเป็นระบบปี แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ระยะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างระยะที่1 ระยะทาง 7.182 กิโลเมตร (ค่าก่อสร้าง 1,268.7 ล้านบาท ค่าเวนคืน 2,109.3 ล้านบาท) คาดแล้วเสร็จเปิดให้บริการปี 2570
ระยะที่ 2 ระยะทางรวม 24.681 กม.( ค่าก่อสร้าง 10,290 ล้านบาท ค่าเวนคืน 7,101 ล้านบาท) ก่อสร้าง ปี 2571 - 2575 ระยะที่ 3 ระยะทางรวม 34.982 กม. ( ค่าก่อสร้าง 13,575 ล้านบาท ค่าเวนคืน 10,961 ล้านบาท) ก่อสร้าง ปี 2576- 2580

