เผยวง ถก ป.ป.ส. ! นายกฯ สั่งลุย “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ไฟเขียว 6 มาตรการ เข้มสกัดส่งออกนอก คุมเข้มลูกเรือ-สั่งเช็กบิลคดีแอร์บินไทย
วันที่ (3 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.35 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 ย้ำยาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วน ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และสังคมโดยรวม ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลคณะกรรมการ ป.ป.ส. ด้วยตนเอง ขอให้กรรมการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ว่าส่งผลกระทบและความเดือดร้อนต่อประชาชน สาเหตุหนึ่ง คือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพการผลิตในระดับสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย เข้ามาพักคอยในพื้นที่ตอนในและขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งต่อกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาค้าขายและแพร่ระบาดในหมู่บ้าน/ชุมชน กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติดยังส่งผลกระทบความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเป็นจำนวนมาก ขอกำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย
นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงคดีแอร์สาวการบินไทยว่า ทุกฝ่ายต้องดำเนินคดีอย่างรัดกุมรอบคอบ เน้นรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนคดีให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย คดีนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสายการบินเป็นอย่างมาก
ที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ ดังนี้
1. การท่าอากาศยานบูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร และสัมภาระขนส่งในขาออกผ่านการX-ray และการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น
2. การท่าอากาศยานจะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง
3. สถาบันการบินพลเรือนและการบินไทยรวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
4. เห็นชอบกรมศุลกากร ยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร(Passenger Information Unit :PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record :PNR)
5. สถาบันการบินพลเรือนจะยกระดับการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ
6. ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ 1) การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ 2) การเสริมความมั่นคงชายแดน 3) การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 4) การลดผลกระทบต่อประชาชน 5) การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด 6) การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด และ7) การสร้างสังคมปลอดภัย

