xs
xsm
sm
md
lg

CIB ทลายเครือข่าย "บิ๊กจ๊อต" หลอกหญิงไทยขนเฮโรอีนข้ามชาติ ยึดของกลางมูลค่า 400 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



CIB ทลายเครือข่าย "บิ๊กจ๊อต" เอเย่นต์เฮโรอีน หลอกใช้หญิงไทยขนยาเสพติดส่งออกนอก ยึดของกลางล็อตมหึมามูลค่ากว่า 400 ล้าน เผยหากถึงมือพ่อค้าออสเตรเลียราคาสูงถึง 1,000 ล้านบาท

วันนี้ (3 ก.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ร่วมกันแถลงขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รวบผู้ต้องหาชาวไทยและต่างชาติ 13 ราย ยึดของกลางเฮโรอีนและโคเคนรวมกว่า 130 กิโลกรัม

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. ถึง 1 ก.ค. 2569 สามารถสกัดกั้นและทลายขบวนการดังกล่าวได้ถึง 6 ครั้ง โดยเป็นการบูรณาการร่วมกับ บก.ปคม., บก.ทล., ศปอส.ตร., สตม.จว.หนองคาย, ศุลกากรสุวรรณภูมิ, ป.ป.ส. และท่าอากาศยานไทย สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 13 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 7 ราย, ชาวไนจีเรีย 5 ราย และชาวโปแลนด์ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนักรวม 110.413 กิโลกรัม และโคเคน น้ำหนักรวม 22.2 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางที่สกัดกั้นได้ในประเทศไทยกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1”

พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป. กล่าวว่า จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า หัวหน้าขบวนการรายนี้คือ "บิ๊กจ๊อต" ชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งปัจจุบันยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศ โดยพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมของเครือข่ายนี้จะเริ่มจากชักชวนเพื่อนชาวผิวสีด้วยกัน เลือกเหยื่อที่เป็นหญิงไทยผ่านแพลตฟอร์ม TikTok เข้ามาพูดคุยหว่านล้อมให้หลงรัก จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาชาวผิวสีจะทำทีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย คบหาเป็นแฟน หรือหลอกให้อยู่กินเป็นสามีภรรยาจนมีบุตรด้วยกันเพื่อสร้างความตายใจ ก่อนหลอกหรือบังคับให้เป็นเครื่องมือในการลำเลียงยาเสพติด โดยมีเครือข่ายผิวสีในประเทศเพื่อนบ้านคอยประสานงาน พาหญิงไทยลักลอบข้ามช่องทางธรรมชาติบริเวณแม่น้ำโขงเพื่อไปขนเฮโรอีนและโคเคน

พ.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า เมื่อข้ามกลับมาฝั่งไทย หญิงไทยจะรับหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะที่เครือข่ายจัดเตรียมไว้ให้ ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาส่งต่อให้เครือข่ายชาวผิวสีในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายต่อตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และส่งออกไปยังประเทศที่ 3 โดยมีผู้ต้องหาบางส่วนทำหน้าที่พกพาติดตัวเตรียมขึ้นเครื่องบินขนออกนอกประเทศ ซึ่งจากการจับกุมพบว่าขบวนการนี้ทำมานานจนคาดว่าเคยมีล็อตที่หลุดรอดไปก่อนหน้านี้หลายครั้ง

พ.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันเฮโรอีนมีวิวัฒนาการในการอำพรางรูปแบบใหม่เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น จากเดิมที่เป็นแพ็กเกจถุงสีขาวตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก เปลี่ยนมาเป็นการซีลปิดผนึกซ่อนในถุงขนม, ถุงกาแฟที่มีตัวหนังสือประเทศเพื่อนบ้าน, ถุงอาหารสัตว์ รวมถึงการซุกซ่อนในผนังกล่องอเนกประสงค์ผ้า และแทรกไว้ในกระดาษแข็งที่ใช้จัดทรงเสื้อเชิ้ตใหม่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็อาจหลุดรอดเครื่องสแกนในสนามบินได้โดยง่าย

พ.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า จากแนวทางการสืบสวนพบมูลเหตุจูงใจที่ทำให้เครือข่ายต่างชาติผิวสีกล้าเสี่ยงลงทุนทำเป็นกระบวนการแยบยลและหลอกลวงหญิงไทยเช่นนี้ เนื่องจากหากเฮโรอีนจำนวน 110.413 กิโลกรัมนี้ สามารถหลุดรอดผ่านประเทศไทยไปถึงประเทศปลายทางอย่างออสเตรเลียได้ ราคาจะพุ่งสูงขึ้นทันทีถึงกิโลกรัมละ 10 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาในไทยถึง 3 เท่า ส่งผลให้มูลค่าขยับไปแตะที่ 1,000 ล้านบาททันที จึงเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ชาวต่างชาติผิวสีกล้าที่จะเสี่ยงและลงทุนมาหลอกหญิงไทยให้ตกเป็นเหยื่อจนเข้าสู่ขบวนการของเครือข่ายดังกล่าวในที่สุด