“อนุทิน” โต้ “เท้ง” โกงสอบท้องถิ่น ไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน - การเมือง บอกไม่ใช่แค่สืบสวน แต่สาวถึงเส้นทางการเงิน สอบถึงใครไม่ช่วย ทุบอย่างเดียว ฟาดแก๊งแก้ไฟล์เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ มองไม่ได้ถูกก้าวก่ายหน้าที่ บอกอำนาจใคร อำนาจมัน จากนี้ใครผิดก็ร่วมฟาด
วันที่ 3 ก.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหสดไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดจากความขัดแย้งสายสีน้ำเงินพร้อมแนะนำให้ทบทวนมาตรการ ไม่ให้กระทบคนสุจริต ว่าเกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปอะไรอย่างนั้น แล้วตอนนี้มี 7 หน่วยงาน ที่เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดอยู่ นี่ไม่ใช่การ สืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและ เอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการทำผิดกฏหมายว่าอย่างนั้นเถอะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องระบบ ที่ตนก็ยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้ก็มีการสอบ และใช้ทีโออาร์ มันถึงได้ยาก เพราะเป็นทีโออาร์ใหม่
แต่เขาก็อุกอาจ เข้าไปแก้ ในระบบไฟล์คอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนก เสียจนทำอะไรได้ก็ทำก่อน เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ การเข้าไปในคอมพิวเตอร์หรือไฟล์อะไรก็ต้องมีวันเวลา มันไม่พ้นหรอก และตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของ 7 หน่วยงาน ที่ตนได้ตั้งขึ้นมาให้มีการลงนามกันเป็น MOU ในการปราบปราม และคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมาทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้ประชาชนมองในด้านลบ กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องเร่ง ซึ่งจริงๆวิธีการสอบ ต้องยึดถือกฎเกณฑ์การสอบ แต่คนที่ทำผิด คงมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง เมื่อเห็นเรื่องผลประโยชน์และ ในอดีตคิดว่าสิ่งที่เคยทำในอดีตสามารถทำได้ แต่จริงๆ ตัวการป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์ แทบจะไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้ มศว ทำซึ่งเขาก็ทำได้อย่างดี สมัยก่อนข้อสอบ ตรวจกันที่จังหวัดที่สอบ แต่ตอนนี้มาตรวจส่วนกลาง เก็บไว้มิดชิดแน่นหนา แต่ในทีโออาร์ เหมือนเขียนการทำลายข้อสอบหรือชีท ว่าจะทำลายทุกปี เขาคงหวังว่าคงปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และผ่านมาหกเดือนแล้ว ลากๆ ไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมา ทุกคนและหน่วยงานทั้งหลาย คงพิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมาทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อนตอนนี้ ข้อสอบต้นขั้วก็ถูกอายัดแล้ว และจัดทำเป็นไฟล์ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปแก้ไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้น ดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ ว่าในยุคของท่านจะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นได้ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ
”คุณซื้อขายตำแหน่ง ตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่วตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ถึง 30 ปีให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวสื่อถามเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิด โดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใคร ผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพอเกิดประเด็นข่าวนี้ขึ้นมา รู้สึกฉุนมากหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียว และตนเป็นคนยกเลิก อั้นมา 3 ปี การสอบ เที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ต้องผ่านช่องทาง ก.พ. ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่น กระบวนการใครตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการ ก็ต้องไปดูตรงนั้น
“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ กสถ. ก็บอกไม่ชะลอให้บรรจุเลย นี่ไง ผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าเขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้Protect ไว้หมดแล้ว พอผม Protectแล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น“ นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่าแบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน

