กัมพูชายื่นหนังสือประท้วงฟิลิปปินส์ ในฐานะประธาน AOT พาคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ปราสาทคนา อ้างเข้าไปในดินแดนกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.อ.วงษ์ พิเสน (Vong Pisen) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพกัมพูชา (Royal Cambodian Armed Forces: RCAF) ได้ส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการถึง พล.อ.โรเมโอ บรอว์เนอร์ จูเนียร์ (Romeo Brawner Jr.) เสนาธิการทหารฟิลิปปินส์ กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย เข้าไปในพื้นที่ปราสาทคนา ชายแดนอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กับจังหวัดอุดรมีชัย ของกัมพูชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่มีการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา
ทั้งนี้ AOT อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของฟิลิปปินส์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปัจจุบัน ขณะที่พื้นที่ปราสาทคนาอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังไทย ซึ่งเป็นผู้จัดการเดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าว
ในหนังสือลงวันที่ 29 มิถุนายน พล.อ.พิเซน ระบุว่า "ผมมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เมื่อสมาชิกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย พร้อมด้วยกำลังทหารไทย ได้ข้ามเข้ามาในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา บริเวณใกล้ปราสาทคนา ในตำบลกูนเกรียล อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าหรือความร่วมมือในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชา"
หนังสือยังระบุว่า หลังจากคณะดังกล่าวเข้าไปในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังได้ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้ในพื้นที่ ซึ่งกัมพูชายืนยันว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาอย่างชัดเจน ตามแผนที่ที่แนบมากับหนังสือประท้วง
พล.อ.พิเสน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในทางตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ฝ่ายกัมพูชานำคณะ AOT ลงพื้นที่ตรวจสอบกิจกรรมตามแนวชายแดน กัมพูชาจะมีการแจ้งฝ่ายไทยล่วงหน้าในทุกระดับที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ "กองทัพกัมพูชามองว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักความเป็นกลาง การสร้างความไว้วางใจ และการเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของกลไก AOT"
พล.อ.พิเสนเตือนว่า "การดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตอำนาจที่ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว เสี่ยงต่อการบั่นทอนความไว้วางใจที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างมาอย่างยากลำบาก และอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อความพยายามในการหาทางออกอย่างสันติและยั่งยืนต่อปัญหาชายแดน"
พล.อ.พิเสน จึงขอให้ผู้บัญชาการทหารฟิลิปปินส์ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และกำชับให้เจ้าหน้าที่ AOT ทุกนายปฏิบัติตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference: TOR) ที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ รวมถึงรักษาความเป็นกลางตามภารกิจของคณะผู้สังเกตการณ์ กองทัพกัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกองทัพฟิลิปปินส์และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการเจรจาเชิงบวกระหว่างกัมพูชากับไทย
นอกจากนี้ ยังย้ำว่า กองทัพกัมพูชาสนับสนุนการปฏิบัติตาม TOR ที่กำกับกิจกรรมและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะ AOT มาโดยตลอด และยังคงยึดมั่นในการส่งเสริมความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ด้วยความโปร่งใส และการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยด้วยสันติวิธี

