โกงสอบท้องถิ่นสะเทือนมหาดไทย อนุทินถูกตั้งคำถามเหตุใดยื้อเวลา ไม่ใช้อำนาจเต็มมือตั้งกรรมการอิสระสอบสวนลากไส้คนผิด ปล่อยเรื่องเงียบอาจทำเครดิตประเทศพังและสั่นคลอนรัฐบาล
การโกงสอบครั้งประวัติศาสตร์ หากไล่เรียงห้วงเวลาที่มีการสอบท้องถิ่น จะพบว่า เกิดขึ้นตั้งเเต่ปี 2566 -2568 ขณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำหน้าที่ รมว.มหาดไทย มาโดยตลอด
ดังนั้น นายอนุทินจะอ้างว่า “หนูไม่รู้” ก็ดูจะลำบาก รับฟังได้ยาก เพราะกิจการใดๆในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งเเต่ รมช. ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯ ลงไป ต้องรายงานภารกิจหลักๆประจำวันให้มท.1 รับทราบอยู่เเล้ว
เมื่อข่าวทุจริตอันสุดอัปยศ ปูดขึ้นมา นายอนุทินกลับปล่อยให้กลไกการสอบสวนหลักขึ้นกับสำนักงาน ปปช.
ปัญหาคือ ปปช. เวลานี้ เครดิตก็ตกต่ำ ขาดความน่าเชื่อถืออย่างแรง ทั้งแอบทุจริตเสียเองเป็นรายบุคคล แถมสังคมเชื่อไปแล้วว่า ปปช. ถูกแทรกซึมโดยระบอบสีน้ำเงิน
อีกประเด็นคือความล่าช้าอืดอาด นายอนุทิน ประกาศว่า จะรู้ผลการตรวจสอบใน 3-6 เดือน มันนานเกินไป
จริงๆ แล้ว นายอนุทินมีดาบในมืออยู่แล้ว คือ มาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติถึง อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
สาระสำคัญ คือ นายกรัฐมนตรี มีอำนาจกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งให้ส่วนราชการชี้แจงหรือทำรายงาน ยับยั้ง การปฏิบัติราชการที่ขัดต่อนโยบายหรือมติของคณะรัฐมนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงได้
สามารถมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการของกระทรวงหรือทบวงต่างๆ ได้
มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ที่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม
มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการจากกระทรวง ทบวง กรมหนึ่ง มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้
หากนายอนุทินไม่คิดดึงเช็ง หรือ ยื้อเวลา ก็สามารถนำมาตรา 11 (1) มาใช้ได้ทันที ด้วยการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ที่เคยมีมาแล้วในอดีต ตามคำสั่งของประมุขฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายตุลาการ นำมาใข้เพื่อเเสวงหาข้อเท็จจริง เเละชี้มูลในชั้นต้นเพื่อความรวดเร็วเเละเป็นธรรม
โดยนายอนุทิน สามารถเชิญบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาทำหน้าที่องคฺ์คณะผู้ไต่สวนอิสระ
เทียบเคียงกับในอดีต เมื่อปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแเง คดีชนแล้วหนี
โดยมีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานกรรมการ เพื่อตรวจสอบกระบวนการทำคดีและเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ซึ่งผลที่ออกมา ส่งผลให้คดีกระทิงแดง ไม่เป็นมวยล้ม และยังจัดการขบวนการทุจริตช่วยเหลือทางคดีให้ลูกกระทิงแดง จนโดนคดีอาญากันหลายคน
หรือต้นปีนี้เอง นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ลงนามเเต่งตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นหนึ่งในคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตรวจสอบ กรณีนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหารับสินบนเป็นทองคำหนัก 246 บาท เพื่อช่วยเหลือบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
กรณีทุจริตสอบท้องถิ่นอื้อฉาว สามารถตรวจกันง่ายๆ แค่นำข้อสอบและผลคะเเนน ของ มศว มาเทียบกับคะเเนนที่ สถ. ถือไว้เพียงเท่านี้ก็รู้ได้ในเวลาสั้นๆว่าใครโกง ใครช่วยโกง ใครสั่งให้โกง
แค่นายอนุทินขอเเรงคณะไต่สวนอิสระ ไล่สอบสวน ไล่ตั้งเเต่ปลาซิวปลาสร้อย เทียบเคียงคะเเนนที่มศว ตรวจกับคะเเนนที่สถ.แระกาศออกมา คนที่ร่วมกระทำผิด ก็น่าจะยอมเปิดปาก และซัดทอดไปถึงต้นตอตัวการโกง รู้ผลง่ายและรวดเร็วกว่จะไปพึ่งกระบวนการของ ปปช. ที่ทั้งล่าช้า และไม่มีความเป็นอิสระจริง
หากนายอนุทินยังเอาแต่ร้องเพลง ”หนูไม่รู้“ เครดิตประเทศจะยับเยินในสายตานานาชาติ ว่าระบบราชการไทยคดโกงตั้งเเต่จุดสตาร์ท คือการสอบเเข่งขันบรรจุเข้ารับราชการ
ต่างชาติใครที่ไหนจะกล้ามาลงทุน เพราะข้าราชการไทย ตั้งแต่ต้นน้ำก็โกงกันเเล้ว แล้วกลางน้ำ-ปลายน้ำ จะไม่โกงเพื่อถอนทุนได้อย่างไร?
และระวังให้ดี หากสุดท้ายไม่มีผลสอบออกมาให้ประชาชนรับได้ อย่าว่าแต่มีการขุดลึกไปเจอคนในระบอบสีน้ำเงิน เป็นตัวการงาบหัวคิวมหกรรมการโกงสอบ รัฐบาลมีหวังล้มไม่เป็นท่า

