xs
xsm
sm
md
lg

2 ปีคดีฮั้ว ส.ว. ยังไร้ข้อยุติ ระบบการเมืองด่างพร้อย กกต. กำลังสร้างวิกฤต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. ไร้ข้อยุติ ความล่าช้าของ กกต. ไม่เพียงกัดกินศรัทธา แต่ยังทำให้สภาด่างพร้อยเร่งตั้งองค์กรอิสระ เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตการเมืองทั้งระบบ

อีกไม่นาน วุฒิสภาชุดปัจจุบันจะปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปี แทนที่สังคมจะหันมาประเมินผลงานด้านการกลั่นกรองกฎหมายหรือการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่สังคมกลับให้ความสนใจกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกส.ว. ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน

ตลอดสองปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับคำร้อง รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทยอยปรากฏต่อสาธารณะมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งจากการสอบสวน การชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง และข้อมูลที่ถูกเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ

แม้ข้อมูลที่ใช้ประกอบการตรวจสอบจะมีมากขึ้น แต่ในมุมมองของสาธารณชน สิ่งที่ยังไม่ปรากฏคือความคืบหน้าที่ชัดเจนไปสู่ข้อยุติของคดี จึงเกิดคำถามว่ากระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปถึงขั้นตอนใด และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้มากน้อยเพียงใด

หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือกระบวนการพิจารณาภายในของ กกต. ที่ถูกมองว่าใช้เวลานานกว่าที่สังคมคาดหวังไว้ แม้ กกต. จะเคยส่งสัญญาณเร่งรัดการพิจารณา และมีการระบุว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังไม่ปรากฏ

ทำให้แรงกดดันต่อองค์กรเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่า การที่ข้อกล่าวหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้มีบทบาทในกระบวนการเลือก ส.ว. ย่อมทำให้คดีมีความละเอียดอ่อน และจำเป็นต้องอาศัยมาตรฐานการพิสูจน์ที่รอบคอบ แต่ความรอบคอบไม่ควรถูกตีความว่าเป็นความนิ่งเฉย หรือทำให้สังคมไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ากระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปถึงจุดใด

ทว่า ยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไป คดีนี้ก็ยิ่งสร้างต้นทุนทางความเชื่อมั่นมากขึ้นทุกวัน ความน่ากังวลไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวคดี หากยังลามไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาเอง เพราะเมื่อที่มาของสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนยังอยู่ภายใต้ข้อกังขาที่รอการตรวจสอบ ทุกการใช้อำนาจของวุฒิสภาย่อมถูกสังคมเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

ความล่าช้าในการพิจารณาคดีของกกต. ทำให้เป็นช่วงนาทีทองของวุฒิสภาในการเร่งรีบดำเนินการสรรหาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรวดเร็วแบบผิดสังเกต ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้จะดำเนินการไปอย่างล่าช้าและลงมติไม่เห็นชอบไปหลายคน หลายคนที่ได้รับความเห็นชอบไปจากวุฒิสภาที่มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมนั้น ก็มีประเด็นในทางกฎหมายเช่นกันว่ามีคุณสมบัติตรงปกหรือไม่

แต่วุฒิสภาก็ยังหลับหูหลับตาให้ความเห็นชอบไปโดยไม่สนเสียงวิจารณ์

เมื่อวุฒิสภากลายเป็นสภาที่มีตำหนิ ย่อมทำให้การทำงานในหลายเรื่องๆที่จำเป็นต้องอาศัยความชอบธรรมในทางการเมือง ก็มีความด่างพร้อยเช่นกัน โดยเฉพาะการเลือกองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

คดีฮั้วเลือก ส.ว. จึงเป็นมากกว่าคดีทั่วไป แต่เป็นบททดสอบขององค์กรที่มีหน้าที่พิทักษ์กติกาประชาธิปไตย ว่าจะสามารถพิสูจน์ให้สังคมเห็นได้หรือไม่ว่า กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาค ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นใครหรืออยู่ในสถานะใด

เมื่อวุฒิสภากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สาม สิ่งที่ประชาชนรอคอยจึงไม่ใช่เพียงการชี้แจงว่า คดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่คือกรอบเวลาที่ชัดเจน ความคืบหน้าที่ตรวจสอบได้ และข้อยุติที่ตั้งอยู่บนพยานหลักฐานเพราะสำหรับคดีที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเมืองทั้งระบบ ความล่าช้าอาจทำให้เกิดความเสียหายทั้งกระบวนการ และนั่นอาจเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญที่อาจนำไปสู่วิกฤติการเมืองในอนาคต