xs
xsm
sm
md
lg

ล่าเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ขยายผลคดีแอร์สาว พบเบาะแสผู้รับปลายทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ขยายผลคดีแอร์สาวขนยา ป.ป.ส. ประสานออสเตรเลียล่าเครือข่ายข้ามชาติ พบเบาะแสสำคัญทั้งผู้รับปลายทางและเส้นทางการเงิน เตรียมเปิดปฏิบัติการบุกจับผู้ร่วมขบวนการในไทยเร็วๆ นี้

คดีจับกุมแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยพร้อมเฮโรอีนที่สนามบินในออสเตรเลีย กำลังขยายผลจากคดีลักลอบขนยาเสพติดธรรมดา สู่การรื้อเครือข่ายค้ายาข้ามชาติที่เชื่อมโยงทั้งต้นทาง ผู้ลำเลียง ผู้รับปลายทาง และเส้นทางการเงิน โดยเจ้าหน้าที่ไทยและออสเตรเลียยืนยันว่า การสืบสวนได้ข้อมูลสำคัญจำนวนมาก และเตรียมเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทยภายในไม่กี่วันข้างหน้า

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนออสเตรเลีย (Australian Border Force : ABF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จับกุมพนักงานต้อนรับหญิงของบริษัท การบินไทย จำกัด อายุ 26 ปี ว่า การหารือครั้งนี้อยู่ภายใต้ "Task Force Storm" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ AFP กรมศุลกากร สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า การหารือครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการปฏิบัติการร่วมยาวนานที่ชื่อว่า "Task Force Storm" ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ AFP , กรมศุลกากร , สำนักงาน ป.ป.ส. และ DSI เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เริ่มมีการจับกุมจนถึงปัจจุบัน เพื่อสาวให้ถึงต้นตอของขบวนการทั้งในไทยและออสเตรเลีย

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวถึงมาตรฐานการดำเนินคดีของทางการออสเตรเลีย โดยยืนยันว่า ให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ โดยมีการจัดหาทนายความดูแลในเรื่องข้อกฎหมายให้แก่แอร์สาวแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงในวันจับกุมที่สนามบินออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดสากล โดยการสอบถามลูกเรือทุกคนว่า มีการนำพาสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองติดตัวมาด้วยหรือไม่ หรือในกระเป๋ามีสิ่งของใดที่ต้องสำแดงหรือไม่ ซึ่งจะทำการถามลูกเรือทุกคน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามมาถึงแอร์สาว เจ้าตัวได้แจ้งว่า นำกระเป๋าเดินทางมาด้วยทั้งหมด 12 ใบ และให้ความยินยอมพร้อมใจให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ จนกระทั่งศุลกากรตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางดังกล่าว ขณะนี้ของกลางทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์ความบริสุทธิ์ และปริมาณที่แน่ชัดในห้องปฏิบัติการ

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย และทางการออสเตรเลียให้ความเป็นธรรม โดยการแต่งตั้งทนายที่เป็นผู้ช่วยทางด้านกฎหมาย และทางไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกในครั้งนี้ ทางการออสเตรเลียและไทย ทราบเบาะแสของกลุ่มบุคคลปลายทางที่จะมารอรับพัสดุต่อแล้ว รวมถึงพบตัวละครสำคัญที่มีความเชื่อมโยง ทั้งคนรับ คนส่ง และคนโอนเงิน รวมถึงเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตผ่านไทยไปออสเตรเลีย แต่ยังขอไม่เปิดเผยรายละเอียดและสัญชาติ เพื่อความรัดกุมในการติดตามจับกุม