ราคาน้ำมันโลกลงแรง สวนทางเศรษฐกิจไทยที่ยังโงหัวไม่ขึ้น ภาคเอกชนชี้การฟื้นตัวไม่ทั่วถึง คนตัวเล็กอาการหนักจากกำลังซื้อที่หดหายและค่าครองชีพที่ยังสูง
แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มผ่อนคลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลดลง ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อ แต่สำหรับเศรษฐกิจไทย ภาพการฟื้นตัวยังไม่สดใสอย่างที่หลายฝ่ายคาด เมื่อภาคเอกชนประเมินว่าการเติบโตยังคงกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชนฐานรากยังไม่สามารถเข้าถึงอานิสงส์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการแถลงข่าวคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมประเมินความเสี่ยงจากภาวะการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน (Energy Supply Chain Disruption) ว่าเริ่มคลี่คลายลง ภายหลังการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้ความกังวลต่อภาคการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาน้ำมัน ณ เดือนมิ.ย.2569 ลดลง จาก 75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนการหยุดยิงมาอยู่ที่ 68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เช่นเดียวกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายรายการที่ผ่านจุดสูงสุดจากช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว
ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นว่า ในระยะข้างหน้าจึงยังต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน โดยมีแนวทางในการปรับลดข้อจำกัดด้านกฎหมายในภาคพลังงาน เช่น การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อบริหารจัดการสต็อกน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นต้นทุนราคาพลังงานของประเทศได้ อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เป็น 2.3% แต่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวไม่ทั่วถึง เนื่องจากครัวเรือนยังมีกำลังซื้อต่ำจากผลกระทบของค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตลาดแรงงานอ่อนแรงลง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและคนตัวเล็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเร่งหาแนวทางร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและผลิตภาพแรงงานในประเทศให้ดียิ่งขึ้น

