xs
xsm
sm
md
lg

“ป.ป.ส.” หารือตำรวจออสเตรเลีย แลกเปลี่ยนข้อมูลคดีแอร์สาวซุกเฮโรอีน ขยายผลเครือข่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - “เลขาฯ ป.ป.ส.“ ร่วมประชุมตำรวจ AFP และ ABF ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดคดีแอร์สาวซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ยันรู้ตัวผู้รับปลายทางแล้ว

วันนี้ (1 ก.ค.) เวลา 15.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ส.(ดินแดง) กรุงเทพฯ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวกับผู้แทนจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย (ABF) นาน 1 ชม. ก่อนออกมาเปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ AFP และเจ้าหน้าที่ ABF ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นทางในการตรวจค้นและจับกุม น.ส.มีนา (ขอสงวนนามสกุล) ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยในวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันภายใต้โครงการปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม “Taskforce Storm” ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนตั้งแต่เริ่มการจับกุม และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการทั้งสองฝ่าย เพื่อทำให้เราทราบถึงที่มาและต้นตอของขบวนการ

พ.ต.ต.สุริยา เผยอีกว่า ภาพรวมการดำเนินคดีกับทาง น.ส.มีนา ต้องเรียนว่ามาตรฐานการทำงานของออสเตรเลียพร้อมให้ความเป็นธรรม และมีการจัดหาทนายให้กับ น.ส.มีนา ส่วนการขยายผลว่าใครเป็นเครือข่ายอย่างไรนั้นก็ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างการใช้ขยายผลของทั้งสองประเทศ จึงขอสงวนข้อมูลไว้เล็กน้อย

“กรณีที่มีประเด็นว่า น.ส.มีนา ได้แสดงเจตจำนงจะสำแดงสิ่งของที่นำพามาในสัมภาระกระเป๋าเดินทางนั้น เป็นขั้นตอนการตรวจพบยาเสพติดตั้งแต่ในชั้นต้น เมื่อ น.ส.มีนา เดินทางถึงสนามบินแล้วมีการตรวจโดยศุลกากร ก็จะมีการสอบถามอยู่แล้ว ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางการออสเตรเลีย เพราะลูกเรือแต่ละคน หากใครนำพาสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองติดตัวมาด้วย ซึ่งทางการออสเตรเลียย่อมมีการสอบถามทุกคนอยู่แล้ว น.ส.มีนา นำพากระเป๋ามา 12 ใบ และยินยอมให้มีการตรวจสอบ และพบว่าส่วนหนึ่งเป็นเฮโรอีน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบในห้องแล็บ ยังไม่ได้ผลชัดเจนว่ามีจำนวนและปริมาณเท่าไร”

พ.ต.ต.สุริยา เผยด้วยว่า หากถามว่าการแสดงเจตจำนงสำแดงสัมภาระสิ่งของที่นำพาไปด้วย จะเป็นข้อต่อสู้ที่ช่วยให้ น.ส.มีนา ได้รับความยุติธรรมหรือไม่นั้น ตนมองว่า เรื่องข้อต่อสู้ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย ขณะนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจว่าเขาเป็นคนผิดจริงหรือไม่ หรือเป็นคนที่ตกเป็นเหยื่อในการนำพายาเสพติดออกนอกประเทศหรือไม่ ซึ่งทางการออสเตรเลียค่อนข้างให้ความเป็นธรรม โดยแต่งตั้งทนายในการเป็นผู้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายอีกด้วย

พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผล มีตัวละครที่เกี่ยวข้องรอรับของปลายทาง ส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาตินั้น ตนยังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ในกระบวนการติดตามตัวของออสเตรเลีย และทราบว่าทางออสเตรเลียก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกต่อบุคคลใด เรื่องอยู่ระหว่างการสืบสวนอยู่ แต่รู้แค่ว่ามีคนรับและคนส่งของ ส่วนคนส่งของ คนรอรับและคนโอนเงินก็ต้องขยายผลให้ครอบคลุม


พ.ต.ต.สุริยา ระบุต่อว่า ประเด็นพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกันมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครือข่ายกลุ่มบุคคลเกี่ยวกับการส่งยาเสพติดจากแหล่งผลิตยาเสพติดผ่านไทยเพื่อนำส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องการประสานการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ที่หลบหนีหมายจับของศาลไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งกรณีที่คนกระทำความผิดในออสเตรเลียแล้วมาหลบหนีในประเทศไทย เราก็ได้หารือความร่วมมือนี้ระหว่างกันด้วย

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ส่วนประเด็นว่า น.ส.มีนา ได้ให้ปากคำกับทางการออสเตรเลียหรือไม่ ว่าถ้าหากผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์นไปแล้ว จะต้องนำส่งพัสดุกับใคร หรือมีการนัดรับปลายทางกันที่ไหนนั้น ตนยืนยันว่าเรามีข้อมูลตรงนี้หมดแล้ว แต่ต้องขอสงวนไว้ อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1-2 วัน จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นเพิ่มเติม

พ.ต.ต.สุริยา ปิดท้ายว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้กำหนดนัดประชุมบอร์ดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) โดยนายกฯ จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมในวันที่ 3 ก.ค.69 ซึ่งหนึ่งในวาระการประชุมสำคัญ คือ เรื่องของ น.ส.มีนา และการส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย ก็จะได้มาพูดคุยกันเพื่อจะได้วางกรอบการพัฒนางานป้องกัน และเพิ่มมาตรการทุกอย่างให้มันเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่ง การตรวจ การสแกน การเอ็กซเรย์ เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ด้าน เจ้าหน้าที่ ABF (หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย) ระบุว่า ประเทศออสเตรเลียและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันยาวนานในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ในโอกาสนี้ตนขอขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ได้สละเวลามาร่วมหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค