คดีแอร์ขนยาสะเทือนภาพลักษณ์การบินไทย บอร์ดสั่งรื้อกฎคุมเข้มพนักงาน หวั่นกระทบความเชื่อมั่นและทำคนไทยเดินทางไปต่างประเทศลำบากขึ้น
เหตุการณ์จับกุมเจ้าหน้าที่สายการบินไทยในคดียาเสพติด กำลังกลายเป็นประเด็นที่สะเทือนทั้งแวดวงการบินและการท่องเที่ยวไทย แม้ภาครัฐและผู้บริหารสายการบินจะยืนยันตรงกันว่าเป็น “ความผิดส่วนบุคคล” แต่แรงสะเทือนในเชิงภาพลักษณ์ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการประสานงานร่วมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเฉพาะตัวบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับระดับองค์กร และไม่พบว่าสายการบินมีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนแต่อย่างใด
พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อมาตรฐานการให้บริการของสายการบินไทย หรือความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากประเทศไทยยังมีระบบกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบินและความมั่นคง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการตรวจสอบบุคลากรและลูกเรือในทุกเที่ยวบิน พร้อมกำชับให้ทุกสายการบินเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
“รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การกระทำผิดของบุคคลเพียงรายเดียวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เราจะดำเนินการอย่างจริงจังในการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร รวมถึงคนไทยที่จะเดินทางเข้าออสเตรเลียในอนาคต ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายนั้น ก็ให้ดำเนินไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องการหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าเรื่องนี้ความจริงเป็นอย่างไร โดนหลอกหรือไม่ได้โดนหลอกให้ถือไป เรื่องนี้ในส่วนของการบินไทยได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้นจึงอยากให้รอความชัดเจนก่อน ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน
“สิ่งที่อยากรู้ตอนนี้คือความจริงคืออะไร โดนหลอกหรือไม่ได้โดนหลอกให้ถือไป ต้องหาข้อเท็จจริงก่อน ส่วนความผิดก็ว่ากันไปตามขั้นตอน ตัวบุคคลที่กระทำก็ยังอยู่ทางโน้น ยังไงตอนนี้ก็คงยังกลับมาไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นกระบวนการตอนนี้ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะการหาความจริง ซึ่งเชื่อว่าไม่นาน” ประธานกรรมการ การบินไทย ระบุ
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารไปเร่งทบทวนเกี่ยวกับกฎ เกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ ของบริษัทในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการดังกล่าวเกิดขึ้น ว่ากฎ เกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ ของบริษัทยังมีความเหมาะสมดีอยู่หรือไม่กับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือมีความจำเป็นจำต้องเพิ่มความเข้มข้นในส่วนไหน เรื่องไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก เพราะเป็นเรื่องที่เสียภาพลักษณ์ทั้งของบริษัท และเสียชื่อประเทศไทย
“หลักเกณฑ์หรือกฎระเบียบเรื่องพวกนี้เรามีอยู่แล้ว ตอนนี้สั่งการให้ฝ่ายบริหารที่รับผิดชอบกลับไปดูว่ากฎระเบียบในปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ มีความหละหลวมตรงไหน หรือจะต้องมีการปรับปรุงส่วนไหนให้มีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น หรือต้องเพิ่มความเข้มข้นในส่วนไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นอีก เพราะมันก็ไม่ได้เกิดมานานแล้ว ส่วนเคสนี้ก็ต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันต่อไป” นายลวรณ กล่าว

