วุฒิสภาโหวตผ่านฉลุยร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ยืนยันไม่ครอบคลุมความผิดตามมาตรา 112 และคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ก่อนส่งกลับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้งหลังมีการแก้ไข
แม้ว่าความสนใจของบรรดาคอการเมืองส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แต่อีกด้านความเคลื่อนไหวของวุฒิสภาก็มีความน่าสนใจ เนื่องจากได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ... เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระที่ 2 สมาชิกวุฒิสภา เสียงข้างมากได้ลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรับแก้ไข โดยประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือ การเพิ่มวรรคสอง ในมาตรา 11 ที่ว่าด้วยกระบวนการยุติการดำเนินคดีทางการเมืองสำหรับผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดย กมธ.เสียงข้างมากได้กำหนดกรอบชัดเจนว่า "ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" ส่งผลให้เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในฐานความผิดดังกล่าว จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมภายใต้กฎหมายฉบับนี้
ขณะเดียวกัน ในช่วงการพิจารณาบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาผู้สงวนคำแปรญัตติ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า บัญชีท้ายกฎหมายฉบับนี้อาจรวมความผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการได้มาซึ่ง สว. เข้าไปด้วย ซึ่งอาจกลายเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและกลุ่ม สว. เองหรือไม่ โดยในเรื่องนี้ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการ กมธ. ชี้แจงว่า บัญชีแนบท้ายนี้รวบรวมกฎหมายไว้ทั้งหมด 29 ฉบับ ซึ่ง กมธ. ไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาใด ๆ ที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎรเลย มีเพียงแค่การจัดเรียงลำดับศักดิ์ของกฎหมายใหม่เท่านั้น
"ผมขอย้ำว่าในวงเล็บของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 นั้น ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม หรือการแจ้งคุณสมบัติอันเป็นเท็จเลย ดังนั้น กฎหมายนี้จึงไม่มีเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง หรือการฮั้ว สว. แน่นอน พวกเราไม่นิรโทษกรรมตัวเองแน่นอน คดีทั้งหมดในปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)" นายพิสิษฐ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติในวาระที่ 3 ปรากฏว่ามีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง แต่เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขโดยวุฒิสภา จึงจำเป็นต้องส่งกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้งว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ต่อไป

