xs
xsm
sm
md
lg

ฉากอวสาน "ปลัดภูเก็ต" โชว์สกิลจนเส้นเงินโยงรัดคอ ตอกย้ำความเน่าเฟะ มท.ยุค "หนู" ** นักวิชาการอาวุโสทนไม่ไหว จี้ กกต. ส่งคดีฮั้วสว. ถึงศาลฎีกา ก่อนระบบนิติบัญญัติจะล่มสลาย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


รุ่งเรือง ธิมาบุตร - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ ฉากอวสาน "ปลัดภูเก็ต" โชว์สกิลจนเส้นเงินโยงรัดคอ ตอกย้ำความเน่าเฟะ มท.ยุค "หนู"

กรณี "รุ่งเรือง ธิมาบุตร " ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในความผิด ฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นการตอบแทน ในการจะจูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมาย และ ความผิดฐานเป็นคนกลาง หรือ ผู้รับสินบน เพื่อนำไปจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจาก อาสาสมัคร 3 คน คนละ 300,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น ต้องบอกว่า ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

รุ่งเรือง ธิมาบุตร
งานนี้ทางการจัดทัพใหญ่มากันครบเครื่องทั้ง "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, ป.ป.ท., ป.ป.ช., ปปง., ดีเอสไอ ยันกรมการปกครอง แท็กทีมแถลงผลงาน

ฟังพฤติการณ์ในสำนวนแล้ว บอกได้คำเดียวว่า นี่คือการตอกย้ำความเน่าเฟะ ของกระทรวงมหาดไทยยุค "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย

คนวงในกระซิบมาให้ได้ยินว่า ทันทีที่ "บิ๊กเต่า" แกะรอยเส้นเงินไขว้ข้ามคดีออกมาตีแผ่ ทำเอาคอการเมือง และข้าราชการแถวคลองหลอด ถึงกับอ้าปากค้าง ก็ปลัดฉาวโฉ่รายนี้โชว์สกิลหมุนเงินแบบ "ขั้นเทพ"

เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากคดีแรก ไปเรียกรับเงินอาสารักษาดินแดน มา 3 ราย รายละ 3 แสน รวมเป็น 900,000 บาท สัญญาดิบดีว่าจะช่วยอุ้มสมให้สอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ แต่เวรกรรมเด็กสอบตกยกก๊วน ทีนี้เหยื่อก็ดาหน้ามาทวงเงินคืนยิกๆ จนจวนตัว เงินเก่าก็ใช้หมดไปแล้ว จะหาจากไหนมาคืน ?

จังหวะนั้นเองมี "เจ้าของโรงแรม" ผู้มั่งคั่งเดินเข้าตาข่ายศูนย์ดำรงธรรมพอดี ร้องเรียนเรื่องปวดหัว อยากให้ช่วยเคลียร์ปมที่ดิน ส.ค.1 เมืองท่องเที่ยว ปลัดในฐานะกรรมการพิจารณาที่ดินรัฐ เลยสบช่อง เรียกค่าดำเนินการเน้นๆ 1 ล้านบาท เจ้าของโรงแรมหลงกล โอนเงินให้ วันรุ่งขึ้นปลัดสมองใส สั่งให้โอนเงินล้านก้อนนี้ "วิ่งตรง" เข้าบัญชี อส.เพื่อคืนเงินล้างหนี้คดีโกงสอบเก่าทันที ! ส่วนต่างอีก 1 แสนบาท ที่เหลือ ให้อส. ทอนคืนมาเข้าบัญชีเลขาฯ ส่วนตัว แล้วให้เลขา กดเป็นเงินสดมาส่งถึงมือปลัดแบบเนียนๆ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
เรียกว่าวางแผนซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ยืมเงินส่วนนี้ไปล้างก้อนโน้น หมุนเงินเก่งกว่าเจ้าของธุรกิจที่ว่าเขี้ยวๆ

แต่ความลับไม่มีในโลก เส้นเงินโอนไขว้ไปมากลายเป็นใบเสร็จมัดคอ ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด จากตอนแรกโดนข้อหาตัวกลาง เรียกรับผลประโยชน์ ยามนี้ "บิ๊กเต่า" จึงจัดหนัก แจ้งข้อหาเพิ่มตบท้ายด้วย มาตรา 149 และ 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปด้วย

ที่พีกกว่านี้ คือ ในวงเม้าท์ถกเถียงกันถึง "ชนวนเหตุ" ที่แท้จริง แว่วว่า นอกจากเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว ยังมีปมคาใจเรื่องพฤติกรรมบางอย่างที่ว่า ปลัดไปคุกคาม อส.สาว จนนำไปสู่การแจ้งความล้างบางรอบนี้ ซึ่ง "บิ๊กเต่า" ก็ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง แต่ยังเปิดเผยไม่ได้!

ส่วนที่โยงกันว่า เป็น "ใบสั่งการเมือง" เพราะปลัดเพิ่งกลับมารับตำแหน่งได้แค่วันเดียว ก็โดนสอยร่วงทันที ทางกรมการปกครอง รีบส่ายหน้ายิปตา ยันชัดว่าครบกำหนดช่วยราชการ 30 วัน ตามระเบียบ เลยต้องส่งกลับตามหน้าที่ แต่ผลสอบวินัยมีมูลอยู่แล้ว พอดีตำรวจ ปปป. หลักฐานแน่นหนา จึงจับได้คาหนังคาเขาเลยต้องฟันฉับ ไม่เกี่ยวกับเหลี่ยมการเมืองในพื้นที่แต่อย่างใด!

งานนี้ได้แต่ทอดถอนใจยาวๆ คำถามที่ยังคาใจ ยังไงๆ หากปลัดไม่มีการเมืองหนุนหลังจะผยองเดชได้ขนาดนี้เชียวหรือ !? ยิ่งเห็นความเน่าเฟะในกระทรวงมหาดไทยเวลานี้ อดีตปลัดภูเก็ต เป็นแค่หนังตัวอย่างเท่านั้นเอง!

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์
++ นักวิชาการอาวุโสทนไม่ไหว จี้ กกต. ส่งคดีฮั้วสว. ถึงศาลฎีกา ก่อนระบบนิติบัญญัติจะล่มสลาย!

ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567 กกต. ได้มีมติให้ประกาศรับรองสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 200 คน และบัญชีสำรองอีก 100 คน ทั้งที่มีปปัญหาร้องเรียนเรื่อง “ฮั้วเลือกสว.”

นับถึงวันนี้ ก็ถือว่าครบ 2 ปีเต็มแล้ว ที่มีการ “ปล่อยผี” ให้สว.ชุดนี้ได้เข้าสภา ทั้งที่สังคมยังมีข้อข้องใจ มีความกังวลต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ เกี่ยวกับการฮั้วเลือกสว. พร้อมเรียกร้องให้ กกต.เร่งส่งสำนวนและหลักฐาน ให้ศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว หากปล่อยยืดเยื้อ จะกระทบความน่าเชื่อถือของระบบนิติบัญญัติ และกลไกตรวจสอบของประเทศ

รศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์
ขณะที่ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เมื่อถูกกระทุ้ง ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ไปว่า กกต.จะพิจารณาเรื่องนี้แบบ จันทร์ เว้นจันทร์ ขอเวลา 12 จันทร์ เพราะข้อมูล เอกสารเยอะ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อความเป็นธรรม

ถ้าคิดตามไทม์ไลน์ ที่ประธาน กกต.บอก ก็ต้องรอไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน ถึงจะมีข้อสรุป และไม่แน่ว่าเมื่อถึงเวลานั้น จะมีการขอขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่...เมื่อมอง “สิ่งแวดล้อมทางอำนาจ” แล้ว อดไม่ได้ที่จะตีธงว่าเป็นเกมยื้อ ?!

ล่าสุด“กลุ่มนักวิชาการอาวุโส” ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรื่อง “วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา : กกต. ต้องเร่งส่งศาลฎีกาพิจารณาหลักฐานเชิงประจักษ์ ก่อนระบบนิติบัญญัติจะล่มสลาย” มีเนื้อหา ระบุว่า

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งนี้ เต็มไปด้วยข้อกังขา พฤติการณ์ และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการสมยอม ทุจริต และบล็อกโหวต อย่างเป็นระบบกว้างขวางทั่วประเทศ หรือที่สังคมประณามว่า "กระบวนการฮั้วเลือกสว."

"กลุ่มนักวิชาการอาวุโส" จากหลากหลายสาขาวิชา ได้เฝ้าติดตามความเป็นไป และโครงสร้างปัญหาของประเทศมาโดยตลอด มีความห่วงอย่างยิ่ง ต่อทิศทางของบ้านเมือง จึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อความฟอนเฟะของระบบการเมือง และการทำหน้าที่อันน่ากังขาขององค์กรอิสระ ได้อีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อ “ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต” ไปยัง กกต.และประชาชนชาวไทย ดังนี้

1.สองปีแห่งความเพิกเฉย : หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธ

นับจากวันที่ กกต. รับรองผลการเลือก สว. ปล่อยให้บุคคลเหล่านั้น เข้าปฏิบัติหน้าที่ ในสภาสูง บัดนี้เวลาล่วงเลยมาถึงสองปีเต็ม ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงสถิติ และพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ได้ปรากฏเด่นชัดต่อสายตาประชาคมแล้วว่า สว.จำนวนมาก มิได้เป็นตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างแท้จริง หากแต่เป็นผลผลิตของขบวนการจัดตั้ง และกลฉ้อฉลทางการเมือง

การที่ กกต.ปล่อยปละละเลย ให้เวลาทอดยาวมาถึง 2 ปี บ่งบอกว่า เป็นการละเลยต่อเจตนารมณ์แห่งความสุจริต และเที่ยงธรรม

ณรงค์ กลั่นวารินทร์
2. มหันตภัยการแทรกแซงเบ็ดเสร็จ และวิกฤตรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภาคือ "ต้นน้ำ" ของกระบวนการนิติบัญญัติ และเป็นผู้มีอำนาจชี้ชะตาในการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ หากยังปล่อยให้สภาสูงแห่งนี้ ถูกยึดครองโดยกลุ่มทุน กลุ่มอิทธิพล หรือ นอมินีของพรรคการเมือง กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหมดของประเทศ จะถูกแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จ องค์กรอิสระจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งจะนำพาประเทศชาติไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญขั้นรุนแรงที่ยากจะเยียวยา และอาจบานปลาย เป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคม

3. ข้อเรียกร้องขั้นเด็ดขาดต่อ กกต.

เพื่อป้องกันมิให้บ้านเมืองต้องเผชิญกับทางตัน และรักษาระบบนิติรัฐให้คงอยู่ เราขอเรียกร้องให้ กกต.ใช้อำนาจและสำนึกทางจริยธรรม ดำเนินการดังต่อไปนี้ โดยทันที

ยุติการเพิกเฉย และเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา ในเมื่อบัดนี้ พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงมีความชัดเจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว กกต.ต้องหยุดประวิงเวลา และรีบจัดส่งสำนวนคดีพร้อมหลักฐานทั้งหมดไปยังศาลฎีกา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา พิพากษาถอดถอน และลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น ต้องสาวให้ถึงต้นตอ ตัดวงจรผู้สมัครรับจ้าง และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วทั้งหมด เพื่อคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่กฎหมายบ้านเมือง

บ้านเมืองจะระส่ำระสายหากผู้ใช้กฎหมายไร้ซึ่งความกล้าหาญ การที่บ้านเมืองมีปัญหาในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่องค์กรที่ควรจะทำหน้าที่ตรวจสอบ กลับเลือกที่จะนิ่งเฉย และปล่อยผ่าน

ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
ในฐานะ “นักวิชาการอาวุโส” ขอเรียกร้องให้ กกต. ตระหนักถึงเกียรติภูมิ และหน้าที่ต่อแผ่นดิน บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยพลัน ก่อนที่ระบบขบวนการยุติธรรมและระบบรัฐสภาของไทยจะพังทลายลงจนเกินเยียวยา

"ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ ปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม"

สำหรับรายชื่อกลุ่มนักวิชาการอาวุโส ทั้ง 21 ราย ประกอบด้วย 1. รศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์ 2. ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ 3. ศ.ดร.ปราณี ทินกร 4. รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร 5. รศ.ดร.อัจนา ไวความดี 6. ศ.ดร. อภิชัย พันธเสน 7. รศ.วันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน 8.รศ.ดร. สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย 9. รศ.ดร. ภาวดี ทองอุไทย 10. รศ.จุมพล รอดคำดี

11. อ.สุพรรณ นพสุวรรณชัย 12.รศ.ดร. โกวิท ชาญวิทยาพงศ์ 13. ผศ.จินตนา เชิญสิริ 14. รศ.ดร.ไชยวัฒน์ เผือกคง 15. รศ.ดร. เพลินพิศ สัตย์สงวน 16. ผศ.ดิเรก เต็งจำรูญ 17. อ.วณี จีระแพทย์ 18. รศ.สุขุม อัตวาวุฒิชัย 19. รศ.ดร. ธีรภัทร สงวนกชกร 20. รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 21. ศ. (เกียรติคุณ) ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์