เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ศาลสูงสุดสหรัฐฯวันนี้(30 มิ.ย)พิพากษาว่า ผู้นำสหรัฐฯไม่มีอำนาจที่จะยุติ 'สิทธิพลเมืองโดยกำเนิด' (birthright citizenship) ที่กำหนดในกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯมาตั้งแต่สมัยหลังยุคสงครามกลางเมืองเพื่อให้อดีตทาสผิวดำมีสิทธิ์เป็นพลเมืองอเมริกันเทียบเท่าคนผิวขาว
NBC News ของสหรัฐฯรายงานวันนี้(30 มิ.ย)ว่า คณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯวันอังคาร(30 มิ.ย)มีมติ 6 -3 พิพากษาว่าคำสั่งตามอำนาจบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกเมื่อวันแรกของการรับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ม.ค ปี 2025 นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยผู้พิพากษา 5 ท่านแถลงว่า คำสั่งบริหารละเมิด ‘การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 14’ (The 14th Amendment) ที่ถูกมองว่าเป็นการเสมือนหลักประกันสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯสำหรับเด็กทุกคนที่เกิดในแผ่นดินอเมริกาที่เรียกว่า 'สิทธิพลเมืองโดยกำเนิด' หรือ birthright citizenship
ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหารในวันที่สาบานตนรับตำแหน่ง ให้ทุกหน่วยงานในสหรัฐฯ ปฏิเสธการรับรองสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด หากบิดาหรือมารดาของเด็กไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน หรือไม่ใช่ผู้พำนักถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามผู้อพยพแบบสายแข็งที่ ทรัมป์ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ก้าวขึ้นมาครองอำนาจในสมัยที่ 2
AI ของกูเกิลได้อธิบายว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 14 ที่ถูกรับรองในปี 1868 ตามหลังสงครามกลางเมืองสหรัฐฯที่สิ้นสุดลงในปี 1865 นั้นเป็นรากฐานของกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯที่ให้หลักประกันสิทธิการเป็นพลเมืองอเมริกันจากการถือกำเนิดบนแผ่นดินอเมริกา ห้ามมลรัฐต่างๆปฎิเสธการให้การปกป้องทางกฎหมายอย่างเท่าเทียม และห้ามรัฐบาลสหรัฐฯพรากชีวิต อิสรภาพ หรือทรัพย์สินโดยปราศจากกระบวนการ
NBC News รายงานว่า หนึ่งในผู้พิพากษา เบรตต์ คาวานอห์ (Brett Kavanaugh) ได้แสดงความเห็นว่า คำสั่งนี้ละเมิดกฎหมายสหรัฐฯแต่ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
สื่อสหรัฐฯชี้ว่า ถือเป็นการแพ้ครั้งที่ 3 ในศาลสูงสหรัฐฯของประธานาธิบดีทรัมป์ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมาตามหลังคำพิพากษากุมภาพันธ์ที่ชี้ว่ามาตรการกำแพงภาษีนำเข้าสหรัฐฯผิดกฎหมาย และคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์(29)ศาลสูงสุดสหรัฐฯห้ามประธานาธิบดีทรัมป์ปลด ลิซา คุก (Lisa Cook) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED
ประธานศาลสูงสุดสหรัฐฯ จอห์น โรเบิร์ตส์ (่John Roberts) เขียนในคำพิพากษาว่า “ความเป็นพลเมืองสหรัฐฯตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นสิทธิที่ต้องได้รับสิทธิ์ ในการเข้าร่วมอย่างเสรีในชุมชนการเมืองของพวกเรา”
ประธานศาลสูงสหรัฐฯกล่าวต่อว่า “ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 14 ถูกทำให้เป็นกฎหมายหลังสงครามกลางเมืองสหรัฐฯเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคน รวมอดีตทาส จะมีสิทธิ์เหล่านั้น” และเสริมต่อว่า “พวกเรารักษาความมั่นสัญญานั้นในวันนี้”
อย่างไรก็ตามผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯ 3 ท่านที่อยู่ในสายอนุรักษ์นิยมที่พิพากษาเห็นคล้อยตามทรัมป์ กล่าวว่า การแก้ไขครั้งที่ 14 จะอนุญาตตามคำสั่งของเขา
โดยหนึ่งในนั้นคือ ผู้พิพากษาผิวสี แคลเรนซ์ โทมัส( Clarence Thomas) ออกมาโต้ว่า การแก้ไขครั้งที่ 14 นี้มีเป้าหมายหลักไปที่อดีตทาสแอฟริกัน
“แอฟริกันผิวสีที่ได้รับสิทธิพลเมืองเป็นเพราะพวกเขาเป็นชาวอเมริกัน คนเหล่านั้นไม่มีประเทศบ้านเกิดอื่น ไม่ได้สวามิภักดิกับประเทศอื่น และไม่ได้เป็นพลเมืองของประเทศอื่น”
และเสริมว่า “ดังนั้นแล้วเหมือนเช่นเดียวกับที่ไม่สามารถกล่าวสำหรับบุตรของต่างชาติที่มาเยือนชั่วคราว”
อย่างไรก็ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลสูงสุดสหรัฐฯ จอห์น โรเบิร์ต ตามมติ 6-3 ว่า “เด็กที่เกิดในอเมริกาจากพ่อแม่ที่ผิดกฎหมายหรือผู้มาเยือนชั่วคราวนั้นถือเป็นพลเมืองสหรัฐฯโดยกำเนิดภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14” อ้างอิงจากบีบีซีของอังกฤษ

