นาซาอ้างอิงภาพถ่ายดาวเทียม ชี้แผ่นดินไหวใหญ่ในเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีแนวโน้มทำให้อาคารเสียหายหรือพังถล่มกว่า 58,000 หลัง ห่างไกลลิบลับกับข้อมูลของทางการการากัสที่ให้ตัวเลขไว้ที่ 855 หลัง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,700 คน
ในวันอังคาร (30 มิ.ย.) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของอเมริกา (นาซา) ได้เปิดเผยการประเมินเบื้องต้นว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่แล้ว (24 มิ.ย.) มีแนวโน้มทำให้อาคารในพื้นที่ประสบภัยได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายราว 58,870 แห่ง
การประเมินดังกล่าวจัดทำโดย คอรีย์ เชอร์ และเจมอน แวน เดน ฮุก นักวิจัยมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน และอ้างอิงจากภาพถ่ายของดาวเทียมเซนทิเนล-1 ขององค์การอวกาศยุโรป เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.
ข้อมูลดังกล่าวห่างไกลลิบลับกับการแถลงของ ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานรัฐสภาแห่งชาติ ผู้เป็นพี่ชายของเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันจันทร์ (29 ) ที่ระบุว่า มีอาคารได้รับความเสียหาย 855 หลัง ในจำนวนนี้ 189 หลังพังถล่ม
ทั้งนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งกำลังพยายามประเมินขอบเขตความเสียหาย เห็นพ้องกันว่า ตัวเลขของทางการต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ขณะที่ชาวเวเนซุเอลาเองก็ไม่ค่อยเชื่อถือข้อมูลของทางการนัก
วันจันทร์ ฮอร์เกยังแถลงว่า จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวทั้งหมดอยู่ที่ 15,866 คน ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ชาวเวเนซุเอลา 6.8 ล้านคนจากทั้งหมดเกือบ 30 ล้านคน มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ ตั้งแต่การไม่มีที่อยู่อาศัย ไปจนถึงไม่สามารถเข้าถึงน้ำประปาและไฟฟ้า สำหรับสภากาชาดเวเนซุเอลาคาดว่า จะมีผู้ต้องการความช่วยเหลืออย่างน้อย 300,000 คนในช่วง 2 ปีข้างหน้า
รัฐบาลเวเนซุเอลาเผยแพร่ข้อมูลความเสียหายล่าสุดผ่านการแถลงข่าวสั้นๆ ที่ถ่ายทอดทางทีวีโดยที่ผู้สื่อข่าวไม่มีโอกาสซักถามใดๆ นอกจากนั้น สหภาพสื่อสารมวลชนเวเนซุเอลายังเผยว่า กระทรวงสื่อสารสั่งห้ามผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางคนเข้าไปทำข่าวในรัฐลากวยราเป็นเวลา 48 ชม. รัฐนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยที่ทางกระทรวงอ้างว่า เพื่อลดเสียงรบกวนระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งฐานข้อมูลดิจิทัลที่ไม่ใช่ของรัฐบาลเพื่อแจ้งข้อมูลผู้สูญหาย เนื่องจากสถานการณ์ที่วุ่นวายและบริการโทรศัพท์มีปัญหา โดยฐานข้อมูลดังกล่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้สูญหายกว่า 50,000 คน ขณะที่ตัวเลขล่าสุดของทางการคือ มีผู้เสียชีวิตราว 1,700 คน บาดเจ็บ 5,000 คน แต่ไม่ได้กล่าวถึงผู้สูญหาย
อาฟเตอร์ช็อกไม่ขาดสาย
สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) เผยว่า เมื่อวันจันทร์ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกความแรง 4.6 ทางด้านเหนือของเมืองคาราบัลเลดา ในรัฐลากวยรา ขณะที่ทางการการากัสระบุว่า นับจากแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธ เกิดอาฟเตอร์ช็อกมาแล้วกว่า 600 ครั้ง
ฮอร์เกระบุว่า ไม่มีรายงานความเสียหาย แต่แรงสั่นสะเทือนทำให้ประชาชนในเมืองหลวงแตกตื่นตกใจและวิ่งออกจากที่พักอาศัยไปอยู่บนถนน
บรรดาองค์การบรรเทาทุกข์ระบุว่า ช่วง 72 ชั่วโมงหลังภัยพิบัติธรรมชาติเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับการกู้ภัย แม้โอกาสในการพบผู้รอดชีวิตอาจยาวนานกว่านั้น หากผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงอาหารและน้ำ ทว่า สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาขณะนี้ผ่านพ้นไปแล้วเกือบสัปดาห์ ท่ามกลางคำถามใหม่ที่ผุดขึ้นมาว่า รัฐบาลที่อยู่ในสภาพถังแตกจะสามารถให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ประชาชนมากมายที่กลายเป็นคนไร้บ้านได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลาที่กำลังถูกวิจารณ์ว่า พยายามน้อยเกินไปและล่าช้าเกินไป พยายามโหมโฆษณาปฏิบัติการกู้ภัย ขณะที่เมื่อวันจันทร์ตำรวจทหารออกแจกจ่ายทูน่ากระป๋องและขนมแครกเกอร์แก่ผู้ประสบภัยในรัฐลากวยรา
ฮอร์เกแถลงว่า ระบบไฟฟ้าในลากวยรากลับมาใช้งานได้แล้ว 90% และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งประเมินสภาพอาคารที่ได้รับความเสียหายและเป็นอันตราย รวมทั้งจัดตั้งแคมป์ชั่วคราว 15 แห่งสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้หรือบ้านเรือนเสียหาย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวท้องถิ่นหลายแห่งหลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับแผ่นดินไหว เช่น ตึกรามบ้านช่องมากมายที่พังถล่ม และหันไปเน้นข่าวปฏิบัติการกู้ภัยที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างกล้าหาญแทน
เช่นเดียวกับเดลซี รักษาการประธานาธิบดี ที่แชร์ภาพเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินช่วยกันนำชายคนหนึ่งขึ้นมาจากซากปรักหักพังหลังจากใช้ความพยายามนานถึง 43 ชั่วโมง พร้อมข้อความว่า “ทุกชีวิตที่ปลอดภัยคือชัยชนะสำหรับความหวัง”
(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี)

