xs
xsm
sm
md
lg

ชายแดนใต้เริ่มป่วน ความล้มเหลวยุค 'อนุทิน' !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
เมืองไทย 360 องศา

เชื่อว่าเวลานี้หากพูดถึงเรื่องชายแดน หลายคนต้องจับตาให้ความสนใจกับชายแดนด้านตะวันออก ที่ติดกับฝั่งกัมพูชาเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดียังมีชายแดนใต้ ที่เวลานี้เริ่มกลับมาทวีความรุนแรงจนแทบจะเป็นรายวัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งชีวิตและทรัพย์สินนับวันยิ่งน่ากลัว และขยายวงกว้างออกไปมาก จนเกรงว่าหากไม่มีมาตรการรับมือที่ดีพอเกรงว่าจะส่งผลกระทบทั้งทางด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพราะล่าสุดเกิดการลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย


ขณะเดียวกันหากพิจารณาจากสถานการณ์ชายแดนใต้ที่รุนแรงขึ้นดังกล่าว ย่อมต้องพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่นาทีนี้ยังไม่มีมาตรการ หรือแนวทางการบริหารจัดการที่ดีพอ รวมไปถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งฝ่ายกองทัพภาคที่ 4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง ที่หากประเมินในรอบสองสามเดือนที่ผ่านมาถือว่า “สอบตก” โดยสิ้นเชิง

โดยเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เวลา 11.41 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในท่อลอด ในพื้นที่ บ.ไพรวัน ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เบื้องต้น รถยนต์ที่ประสบเหตุเป็นรถทะเบียนมาเลเซีย มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

ต่อมา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดบ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.41 น. วันนี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุความไม่สงบที่จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานี จึงเชื่อว่าอาจมีความเชื่อมโยงกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้สั่งการโดยตรงให้ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันพีที สาขาสาย 15 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้โครงสร้างภายในปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานีในเวลาไล่เลี่ยกัน 2 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่สถานีบริการน้ำมันพีที สาขาปาวา อ.สายบุรี เบื้องต้นมีรายงานประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว และจุดที่ 2 เหตุโจมตีสถานีบริการน้ำมันพีที สาขาปิยา อ.ยะหริ่ง ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากจุดนี้

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้สนธิกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันเหตุซ้ำซ้อน พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพื่อแกะรอยกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน

นั่นเป็นเพียงเหตุรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดแบบสองวันติดต่อกัน ยังไม่นับรวมเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เกิดขึ้นเป็นรายวัน ทั้งการลอบวางระเบิด ลอบยิงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าก็มีการลอบยิงอาสาสมัคร ลอบยิงตำรวจ ทหาร และระยะหลังจะมีการลอบยิงลอบทำร้ายชาวบ้าน ถึงขั้นที่มีทารกอายุเพียงไม่กี่วันต้องมาสังเวยชีวิตอีกด้วย

แน่นอนว่า ต้องประณามคนร้ายที่ลอบทำร้ายชาวบ้าน ทำลายทรัพย์สิน มีเจตนาทำลายความสงบสุข ทำลายความมั่นคง และเศรษฐกิจ กรณีที่เกิดขึ้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวน 2 รายได้รับบาดเจ็บ อาจส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง หรืออันดับต้นๆเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ดีสิ่งที่มองเห็นก็คือ “ความรุนแรง” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่นับวันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากโฟกัสไปที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในเก้าอี้ “มท.1” มาอย่างยาวนาน แม้ว่าเวลานี้เริ่มมีข้อเสนอให้โยกย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 รวมไปถึงเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าว

แน่นอนว่า หากพิจารณากันถึงความล้มเหลว ก็ย่อมต้องพุ่งเป้าไปยังตำแหน่งที่มีอำนาจบริหารสูงสุด ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาจนถึงแม่ทัพภาคที่ 4 รวมไปถึงฝ่ายปกครอง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ไล่ลงมาจนถึงระดับนายอำเภอ แต่หากโฟกัสเฉพาะจุดจริงๆ ก็ต้องพุ่งมาที่ระดับ “นโยบาย” ทำให้มองภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า “ใคร” กันแน่ที่ต้องควรรับผิดชอบสูงสุด

ที่ผ่านมาหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้แทบจะไม่มีการพูดถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือมีความเคลื่อนไหวในระดับรัฐมนตรีออกมาให้เห็นมากนัก อาจมีในช่วงแรกที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อครั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ เดินทางลงพื้นที่ หลังมีการแต่งตั้ง นายวันมูหะมัด นอร์มะทา จากพรรคประชาชาติ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดย นายอนุทิน ไปเยี่ยมเขาถึงบ้านพักที่จังหวัดยะลา

ในช่วงนั้นถือว่านายกรัฐมนตรีมีความฟิตกับปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ มีการเปิดเผยแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ รวมไปถึงมีการแต่งตั้งหัวหน้าเจรจาสันติสุขกับฝ่ายแบ่งแยกดินแดน แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็แทบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆออกมา นอกเหนือจาก “ความรุนแรง” ในพื้นที่ที่รุนแรงขึ้นทุกวัน

ดังนั้นหากพิจารณาจากสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ในเวลานี้ ที่เกิดเหตุรุนแรงจนแทบจะเป็นรายวัน ยังมองไม่เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ และหากบอกว่านี่คืออีกหนึ่งความล้มเหลวในยุคของ “รัฐบาลอนุทิน” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่ผ่านมาแทบจะไม่เห็นความไหว หรือการจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมออกมาให้เห็นแต่อย่างใดเลย !!