ศาลอาญาไม่รับฟ้องคดี "สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.กระทรวงทรัพย์ ฟ้อง "ธนาธร" หมิ่นประมาท ผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" เหตุให้สัมภาษณ์ไม่ระบุถึงโจทก์โดยตรง เป็นความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ คดีไม่มีมูลเพียงพอ
วันนี้(29 มิ.ย.) ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 654/2569 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าเป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 เวลากลางวัน จำเลยได้ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามด้วยการโฆษณา โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ซึ่งแพร่ภาพออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตผ่านแพลตฟอร์มยูทูบ ทั้งการใส่ความของจำเลยเกิดขึ้นในห้วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จำเลยมีเจตนาเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเลือกโจทก์เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวิธีการหลอกลวง ใส่ร้ายโจทก์ด้วยความเท็จ นอกจากนี้ การกระทำของจำเลยยังเป็นการทำละเมิด อันทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ หน้าที่การงาน ทางทำมาหาได้ และทางเจริญก้าวหน้า และขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งแทนโจทก์
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีโจทก์มีมูลพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่า การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 นั้น ต้องได้ความว่า การใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวผู้ถูกใส่ความอันเป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร หรือหากไม่ระบุถึงบุคคลผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่า หมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ และความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ได้กระทำโดยการโฆษณา ต้องพิเคราะห์จากข้อความที่เผยแพร่เท่านั้นว่า บุคคลทั่วไปที่รับฟังสามารถทราบได้หรือไม่ว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นผู้ใด หากต้องสืบเสาะค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งอื่นในภายหลัง จึงทราบความหมายว่าข้อความที่กล่าวหมายถึงผู้ใดแล้ว ย่อมแสดงว่าข้อความที่กล่าวอ้างยังไม่ถือเป็นข้อความหมิ่นประมาทในตัวเอง
เมื่อพิจารณาข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ในรายการตามคำฟ้องโดยตลอดแล้ว จำเลยไม่ได้ระบุชื่อโดยชัดแจ้งว่า ผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีส่วนกระทำความผิดในขบวนการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ใช้แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ แม้จะกล่าวรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิภาคและประเภทการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจำกัดผู้เกี่ยวข้องก็ตาม แต่บุคคลที่รับฟังรายการโดยทั่วไปย่อมไม่อาจทราบหรือเข้าใจได้อย่างเจาะจงว่าหมายถึงโจทก์เท่านั้น หากแต่ต้องสืบค้นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งถ้อยคำของจำเลยนั้นสอดคล้องกับข้อมูลข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับรัฐมนตรี กรณีจึงเป็นเพียงการนำข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการเปิดเผยโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐมาสื่อสารต่อสาธารณชนเท่านั้น โดยไม่ปรากฏว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
นอกจากนี้ จำเลยมีเจตนาชี้แจงถึงมาตรฐานการทำงานของพรรคการเมืองซึ่งไม่ปกป้องผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยเปรียบเทียบและยกตัวอย่างตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเชื่อมโยงกับการตั้งคำถามในรายการ ทั้งเป็นการแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ประกอบกับโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ย่อมตกอยู่ภายใต้ความคาดหวังของสังคมและต้องพร้อมรับการตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งหากโจทก์พิจารณาแล้วเห็นว่าตนเองบริสุทธิ์และมิได้มีส่วนพัวพันกับขบวนการทุจริตดังกล่าว โจทก์ย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมมองของตนเพื่อหักล้างข้อสงสัยและอธิบายความจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ และยังไม่อาจรับฟังได้ว่า เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเลือกโจทก์ด้วยการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 และ 159 คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลเพียงพอที่จะประทับรับฟ้องไว้พิจารณาได้ พิพากษายกฟ้อง

