ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- “อช.ทับลาน” ติดป้ายหนังสือให้ "อิมภูฮิล รีสอร์ท” อ.วังน้ำเขียว โคราช ที่ศาลฎีกาตัดสินบุกรุกอุทยานฯทับลาน ตั้งแต่ปี 2560 ทำลายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานฯภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการ กรมอุทยานฯ จะนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทุบรื้อถอนเอง
วันนี้ ( 29 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มีการประกาศชัดเจนว่า จะเดินหน้าแก้ปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อคืนสิทธิให้ชาวบ้าน และเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลงในพื้นที่ที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ โดยไม่เอื้อประโยชน์ให้นายทุน พร้อมเตรียมทุบรื้อรีสอร์ทรุกป่าที่คดีถึงที่สุด หากผู้ครอบครองไม่ดำเนินการเองภายใน 15 วัน
และมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ครอบครองโรงแรม “อิมภูฮิลล์ รีสอร์ต” ทำลายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใด ที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมระบุว่า ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ถูกนำมาติดบริเวณด้านหน้าทางเข้าโรงแรม ซึ่ง“อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท” ใน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งในโรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักที่ถูกดำเนินคดีกว่า 500 แห่ง และคดีถึงที่สุด ศาลมีคำพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ปรับพื้นที่คืนให้เป็นผืนป่าอุทยานฯ ตั้งแต่ปี 2560 นอกจากนี้ ยังมีคดีที่คำพิพากษาถึงที่สุด เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปิดหมายบังคับคดี เพื่อให้ผู้ครอบครองรื้อถอนตามคำสั่งศาลเช่นกัน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า “สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย ในวันนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้นำหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ครอบครองโรงแรม รีสอร์ท ที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 ความผิดมูลฐานมาตรา 3 (15) ทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวน การแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งขณะนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้นำประกาศแจ้งเตือนให้รื้อถอนไปติด 3 รีสอร์ท ในท้องที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และจะเริ่มต้นรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ททุกราย เพื่อนำที่ดินคืนมาให้อุทยานแห่งชาติฟื้นฟูป่าต่อไป ซึ่งหากผู้ครอบครองไม่ทุบรื้อเอง ทางกรมอุทยานฯ เตรียมดำเนินการทุบรื้อตามกฎหมายต่อไป
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน รัฐบาลได้กำหนดแนวทางจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 5 กลุ่ม ตามลักษณะการถือครองและวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์พื้นที่ ดังนี้
1. พื้นที่ ส.ป.ก. (53,416 ไร่) เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ เพื่อดำเนินการตามหลักการ One Map
2. โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (8,328 ไร่) เร่งตรวจสอบสิทธิ์และจัดการคดีความให้สิ้นสุดก่อนดำเนินการตามระเบียบ
3. พื้นที่ พมพ./คจก. (87,500 ไร่) เห็นควรเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ โดยจะทำประชามติสอบถามความต้องการรูปแบบสิทธิ์ของราษฎร
4. พื้นที่อื่นนอกเขต ส.ป.ก. และโครงการมั่นคง (109,420 ไร่) ตรวจสอบสิทธิ์รายแปลงอย่างเข้มงวด เพื่อคัดกรองกลุ่มทุนออกก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
5. พื้นที่ราชพัสดุ (6,621 ไร่) เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ เพื่อให้เป็นไปตามการใช้ประโยชน์ในราชการทหารตามสถานะเดิม
สำหรับ “พื้นที่กลุ่มที่ 4” นายสุชาติฯ ยังระบุว่า “ได้หารือกับ “นายวิจิตร กิจวิรัตน์” รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ขอให้ประชาชนใน “พื้นที่กลุ่มที่ 4” อย่าได้กังวล รัฐบาลไม่ทอดทิ้งแน่นอน แต่ต้องจัดลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินการ เพื่อให้การตรวจสอบสิทธิเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม และย้ำว่า การแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนทับลาน ต้องควบคู่ทั้งการรักษาผืนป่าและการคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง
สำหรับขั้นตอนต่อไป จะนำข้อเสนอแนะและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประสานงานร่วมกับ สคทช. เพื่อนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันว่าจะมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโดยยึดมั่นในความถูกต้องทางกฎหมาย เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการรักษาผืนป่าสมบูรณ์ไว้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสืบไป

