xs
xsm
sm
md
lg

สนามผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" ทำได้ ทุบสถิติ พรรคส้มทรุด ได้แชมป์ ส.ก. ปชป.อาการหนักยังไม่ฟื้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ชัชชาติ" แลนด์สไลด์ทุบสถิติคว้าผู้ว่าฯ กทม.สมัยสอง แต่เดิมพันสูงกว่าเดิมกับบทพิสูจน์สู่เก้าอี้นายกฯ ด้านพรรคส้มครองสภาฯ กทม.สวนกระแส ขณะที่ประชาธิปัตย์อาการหนักยังกู่ไม่กลับในสนามเมืองหลวง

ชัยชนะแบบขาดลอยม้วนเดียวจบ ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง ถือว่ากำชัยชนะมาได้แบบสวยงาม กับการสร้างสถิติใหม่ให้กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะได้คะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ มากกว่าการเลือกตั้งปี 2565 รอบนี้ได้คะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการทะลุเกิน 1.4 ล้านเสียง จากที่เคยได้ตอนปี 2565 ซึ่งครั้งนั้นกวาดไป 1,386,215 คะแนน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป ก็คือ เรื่องที่เคยทำให้ถูกฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หยิบยกขึ้นมาโจมตีเพื่อดิสเครดิตการทำงานในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา การคัมแบ็กศาลากทม.รอบสอง ชัชชาติ จะแก้ไขไม่ให้กลายเป็นจุดอ่อนทางการเมืองได้หรือไม่ ?

ทั้งเรื่องระบบอากง ทีมงานการเมืองหน้าห้องที่ถูกโยงว่า มีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์ เป็นนายหน้าให้กับทีมผู้บริหารกทม.ในการซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของกทม.รวมถึงเจรจาผลประโยชน์ต่างๆ เพื่อกันชัชชาติ ออกจากวง

รวมถึงข้อโจมตีอื่นๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆ ของกทม.ทำนองว่า มีความผิดปกติ เช่นการตั้งงบโครงการให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อเลี่ยงการประกวดราคา ที่บางฝ่ายออกมาแฉว่าช่วงสี่ปีที่ผ่านมามีลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นจำนวนมากในยุคชัชชาติ

รอดูกันว่า ชัชชาติ กลับไปครั้งนี้ จะปิดแผล ปิดจุดอ่อน ได้หรือไม่ กับการเป็นผู้ว่าฯกทม.สมัยที่สอง ซึ่งหากชัชชาติ รักษาตัวดีๆ ทำผลงานให้คนกรุงเทพฯ และคนทั่วไปได้เห็น ไม่มีแผลเรื่องทุจริตคอรัปชั่น โดยหากสามารถประคองตัวไปได้อีกสี่ปี แล้วกระแสยังดี ไม่มีเรื่องอื้อฉาว เส้นทางการขยับขึ้นชิงเก้าอี้นายกฯ ของชัชชาติ เพื่อตามรอย อดีตผู้ว่าฯกทม.รุ่นพี่ สมัคร สุนทรเวช ก็จะเกิดกับชัชชาติได้

โดยมีทางเลือกทั้ง กลับไปเป็นแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทยอีกครั้งเหมือนตอนเลือกตั้งปี 2562 หรือจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ของตัวเอง ก็ใช่ว่า จะเกิดขึ้นไม่ได้

โดยสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ชัชชาติ ยังคงรักษากระแสนิยมไว้ได้ก็คือ ต้องทำในสิ่งที่เคยหาเสียงไว้รอบล่าสุดออกมาให้สำเร็จให้ได้มากสุด ตามนโยบาย “ทำกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน” เช่น เมกะโปรเจกต์ “สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา”, เพิ่มเตียงโรงพยาบาลในสังกัด กทม. 2,000 เตียง และต้องรอคิวไม่เกิน 1 ชั่วโมง ,ขยายระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะเพิ่มอีก 200 แยก-พัฒนาระบบพยากรณ์ฝุ่นแบบรายชั่วโมงและเรียลไทม์ เป็นต้น

หากชัชชาติ ทำได้จริง ไม่ต้องทำให้สำเร็จทั้ง 251 เรื่อง แต่ทำแล้ว คนกรุงเทพเห็นหน้าเห็นหลัง คนต่างจังหวัดก็เห็นผลงาน รับรองได้ว่า หลังพ้นผู้ว่าฯเสาชิงช้าในอีกสี่ปีข้างหน้า ชัชชาติ ยังมีเส้นทางการเมืองระดับชาติรออยู่แบบใสๆ

ขณะที่เก้าอี้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือส.ก. จากที่ชิงชัยกัน 50 เก้าอี้ ผลปรากฏว่า พรรคส้ม ประชาชน แม้จะแพ้ยับในการชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม.เพราะ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้คะแนนต่ำกว่าที่พรรคตั้งเป้าไว้มาก แพ้แม้กระทั่ง มัลลิกา บุญมีตระกูล ที่มาอันดับสอง อย่างไรก็ตาม การชิง 50 เก้าอี้ ส.ก. ถือว่า พรรคส้ม กู้หน้าไว้ได้ ด้วยการเป็นแชมป์ กวาด ส.ก.มากสุดคือ 22 ที่นั่ง ซึ่งได้มากกว่าปี 2565 สมัยเป็นพรรคก้าวไกล ที่ได้ 14 ที่นั่ง

ทำให้ พรรคประชาชน ครองแชมป์สนาม กทม.ทั้งระดับชาติ และท้องถิ่น เพราะ สส.เขต กทม. 33 ที่นั่ง พรรคประชาชน ก็แลนด์สไลด์ชนะยกเมืองหลวง แล้วก็มาคว้าแชมป์ ได้ ส.ก.มากสุด

แต่ที่น่าผิดหวังมากสุดก็คือ ประชาธิปัตย์ เพราะนอกจาก เสี่ยเจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี แพ้ยับเยิน ได้คะแนนแค่ราวๆ หนึ่งแสนเศษ คะแนนหายไปจากตอนปี 2565 ที่ส่ง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แสนกว่าคะแนน ขณะที่ ส.ก.ซึ่งพรรคตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 12-15 ที่นั่ง หรือขั้นต่ำแย่สุดต้องไม่น้อยกว่า 11 ที่นั่ง ปรากฏว่าได้มาแค่ 8 คนน้อยกว่าปี 2565 ที่ได้ 9 ที่นั่งเสียอีก

ผลที่ออกมา ยิ่งตอกย้ำว่า ประชาธิปัตย์ แม้ได้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่กทม. พรรคฟ้า ก็ยังไม่ฟื้น หลังก่อนหน้านี้ พรรคปชป.ทำสถิติไม่ได้ สส.เขต กทม.แม้แต่คนเดียว สามสมัยติดต่อกัน โดยเป็นยุค อภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคถึงสองครั้ง คือปี 2562 และ 2569

แม้คน ปชป.จะออกมาแก้ตัวว่า เป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่เกี่ยวกับการเมืองระดับชาติ แต่ทุกคนรู้ดีว่า ผลเลือกตั้งสนามกทม.มันวัดอะไรได้หลายอย่าง ยิ่งหากไปดูคะแนนแบบรายเขต จะพบเลยว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังกู่ไม่กลับจริงๆ ในกทม.
หรือ อภิสิทธิ์ จะเป็นยาหมดอายุใน กทม.ไปแล้ว อย่างที่บางคนในพรรคปชป.เริ่มคุยกัน !!!