ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยอมรับในวันอาทิตย์(28มิ.ย.) ปัญหาด้านอุปทานพลังงานได้ก่อภาวะขาดแคลนตามภูมิภาคต่างๆในรัสเซีย และสั่งการให้ตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อหาทางรับประกันการมอบอุปทานที่พอเพียงป้อนประชาชนทั่วทั้งประเทศ
ปูติน กล่าวกับที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในด้านอุปทานและการแจกจ่ายพลังงาน โดยระบุว่ารัสเซียจำเป็นต้องลดผลกระทบจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ที่เล่นงานแหล่งที่ตั้งน้ำมันต่างๆของประเทศ อันเป็นต้นตอของภาวะขาดแคลน
เขาเรียกร้องให้ใช้มาตรการต่างๆรับประกันอุปทานสำหรับภาคการเกษตรและบอกว่าการแบนส่งออกดีเซลกำลังอยู่ภายใต้การพิจารณา "พวกคุณคงทราบดีอยู่แล้วว่า ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกผู้ขับขี่และภาคธุรกิจยังคงมีอยู่" ปูตินบอกกับที่ประชุม อ้างอิงรายงานของสื่อมวลชนรัสเซีย
"เคราะห์ร้าย ยังคงมีการต่อแถวยาวตามสถานีบริการเช่นกัน เราจำเป็นต้องลดผลกระทบของการโจมตีก่อการร้ายที่เล่นงานพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของเรา ให้เหลือน้อยที่สุด" ปูตินระบุ
ยูเครน ยกระดับโจมตีทั้งพิสัยกลางและพิสัยไกล เล็งเป้าเล่นงานเป้าหมายอุตสาหกรรมในรัสเซีย และดินแดนต่างๆที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ในยูเครน มุ่งเน้นโดยเฉพาะไปทีภาคน้ำมัน
ปูติน บอกว่าคลังสำรองเบนซินถูกนำมาใช้และเวลานี้เหนืออยู่ที่ 1.7 ล้านเมตริกตัน และระดับกำลังผลิตในเดือนกรกฏาคม อาจสูงกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน พร้อมระบุการพิจารณาแบนส่งออกดีเซล อยู่ภายใต้การพูดคุยหารือมาสักพักแล้ว
อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย บอกก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียไม่จำเป็นต้องแบนการส่งออกดีเซล
"คณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับอุปทานเชื้อเพลิงจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง" ปูตินกล่าว พร้อมระบุว่าสถานการณ์บังคับให้ต้องใช้มาตรการต่างๆอย่างเป็นระบบ เพื่อรับมือกับขอบเขตความท้าทายต่างๆในปัจจุบัน ในการเพิ่มอุปทานและคงราคาน้ำมันไว้ในระดับที่สมเหตุสมผล
เขากล่าวต่อการป้อนอุปทานสู่ภาคการเกษตร เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง "เราจำเป็นต้องใช้ทุกความพยายาม เพื่อรับประกันว่าการจัดหาเชื้อเพลิงตามฤดูกาลสำหรับป้อนสถานประกอบการด้านเกษตรอุตสาหกรรมทั้งหมด จะเป็นไปตามตารางเวลา เพราะว่าพวกเขาพึ่งพิงมันอย่างมาก" ปูตินระบุ
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

