xs
xsm
sm
md
lg

แบนสินค้าไทยดันกัมพูชาสู่ยุค “เขมรต้มเขมร”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แบนสินค้าไทยออกฤทธิ์ ดันนโยบาย“เขมรช่วยเขมร” อุตส่าห์ผลิตบะหมี่-ปลากระป๋องสัญชาติกัมพูชาสำเร็จ ฮุนเซนยังออกโรงแบนสินค้าไทยต่อเนื่อง แต่สถานการณ์พลิก ตอนนี้เขมรเจอปัญหาเหลี่ยมพ่อค้าเขมร ปลอมสินค้า ขายสินค้าด้อยคุณภาพ ใช้ทุเรียนเมืองจันทน์สวมร่างทุเรียนกำปอต ย้อมปลาเทร้าเป็นแซลมอน ขายไส้กรอกปนเปื้อน ความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่กับคนกัมพูชาเอง เหตุขาดสินค้ามีคุณภาพ

การปะทะบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาแม้จะยุติลงด้วยข้อตกลงหยุดยิงทั้ง 2 ครั้งทั้งในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 แต่ข้อบาดหมางทางการค้าตลอดจนการปิดด่านทางบกของทั้ง 2 ประเทศยังคงอยู่

ขณะที่การแบนสินค้าไทยถูกโหมกระแสโดย 2 ผู้นำของกัมพูชา แม้ว่าคำสั่งในการห้ามนำเข้าจะไม่ถูกระบุไว้ เช่น หนังสือของกรมศุลกากรและสรรพสามิตแห่งกัมพูชา ได้ออกประกาศรายการสินค้าที่ห้ามนำเข้าจากประเทศไทย เมื่อ 16 กรกฎาคม 2568 กำหนดไว้เพียง

สินค้าที่ห้ามนำเข้าจากประเทศไทย รวมทั้งผัก ผลไม้ เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ก๊าซ ได้แก่

1.น้ำมันเบนซิน

2.น้ำมันดีเซล

3.ก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับการเผาไหม้ (LPG และ LNG)

4.น้ำมันเตา

5.น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (Jet-A1)

สินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการนำเข้า ผู้ประกอบการและพ่อค้าสามารถนำเข้าสินค้าเหล่านั้นได้ตามปกติ โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด และเอกสารทางราชการครบถ้วน


แบนสินค้าไทยปลุกโดยผู้นำ

แต่ในทางปฏิบัติแล้วกระแสการแบนสินค้าไทยในกัมพูชาก็ยังคงอยู่ แถมถูกปลุกโดยผู้นำประเทศผ่านเหตุการณ์จับกุมสินค้าไทย

ถ้าสังเกตดี ๆ กัมพูชาไม่ได้มีคำสั่งเป็นทางการในการแบนสินค้าไทย แต่ดูเหมือนเป็นนโยบายที่เพิ่มเติมเข้ามาจากผู้นำประเทศ ที่มีแนวทางกวาดล้างสินค้าที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่สินค้าจากประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกห้าม หากมีการสั่งซื้อผ่านทางเรือหรือทางอากาศหรืออาจข้ามพรมแดนผ่านประเทศอื่น

แต่ในช่วงหลังผู้นำกัมพูชามีนโยบายแข็งกร้าวทุกครั้งในการจับกุมสินค้าไทย โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้าหรือเป็นสินค้าที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง แถมในบางครั้งมีความพยายามเชื่อมโยงว่าอาจเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทยที่ด้อยคุณภาพหรือมีสารปนเปื้อน

การนำเข้าสินค้าจากไทยทั้งในทางที่ถูกกฎระเบียบหรือลักลอบนำเข้า มันเป็นการสะท้อนได้อีกทางหนึ่งว่า คนกัมพูชายังต้องการใช้สินค้าจากประเทศไทย ไม่ว่าจะติดใจในรสชาด มั่นใจในคุณภาพสินค้า หรือไม่สามารถหาสินค้าจากที่อื่นทดแทนได้ ทั้งจากในกัมพูชาเองหรือประเทศใกล้เคียง

เราเข้าใจได้ว่ากัมพูชาพยายามใช้โอกาสนี้ ในการสร้างสินค้าของตัวเองเพื่อทดแทนสินค้าไทย แต่การสกัดสินค้าไทยด้วยวิธีการจับกุมบวกด้วยข้อกล่าวหาบางประการที่ตรงข้ามกับความจริงอาจส่งผลกระทบต่อคนกัมพูชาในระยะยาวได้

ลดแรงต้านตรวจต้นทาง

วันนี้เมื่อนโยบายของผู้นำไม่พอใจเรื่องสินค้านำเข้าจากไทย การลงตรวจตั้งแต่ระดับคลังสินค้าลามไปจนถึงร้านค้าย่อยตามท้องตลาดในกัมพูชา กลายเป็นช่องทางสร้างอิทธิพลให้กับข้าราชการเหล่านั้น และสร้างความไม่พอใจให้กับร้านค้าขายในระดับท้องถิ่นมากขึ้น

จนเมื่อ 22 มิถุนายน 2569 ผู้นำกัมพูชาได้ออกคำสั่งเด็ดขาดไปยังเจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกระดับให้ยุติการดำเนินการใดๆ ที่เกินขอบเขตหรือแนวทางที่กำหนดไว้ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกของผู้ค้ารายย่อยทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบสถานที่ค้าปลีกจะต้องทำการตรวจสอบและประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อห่วงโซ่ธุรกิจและเศรษฐกิจครอบครัวของประชาชน

ให้หน่วยงานศุลกากรและสรรพากร รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ เปลี่ยนไปมุ่งเน้นการเสริมสร้างการควบคุมที่เข้มงวดที่สุดที่ “ต้นตอของห่วงโซ่อุปทาน” นั่นคือที่ด่านชายแดนระหว่างประเทศ


เขมรช่วยเขมร

ที่ผ่านมากัมพูชาพยายามใช้ช่วงโอกาสของนโยบายแบนสินค้าไทย ผลักดันให้ทุนกัมพูชาและทุนต่างประเทศตั้งโรงงานผลิตสินค้าในกัมพูชา เพื่อทดแทนสินค้าจากประเทศไทย จะเรียกว่า “เขมรช่วยเขมร” ก็ว่าได้

สินค้าทดแทนที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Mee Chiet ที่รสชาดคล้ายกับบะหมี่จากประเทศไทย บะหมี่สัญชาติกัมพูชาเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา ตอนนี้มีความพยายามผลักดันให้กลายมาเป็นบะหมี่ประจำชาติกัมพูชา

อีกรายการหนึ่งเป็นปลากระป๋อง ที่ได้นายสเรย์ จันทร คนใกล้ตัวฮุน เซน ที่มีบทบาทเรื่องมวยกุนขแมร์ช่วงที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ และช่วยเหลือหลวงตาสุจน์(พระไทย)ตามที่ผู้นำกัมพูชาให้การต้อนรับ โดยได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตปลากระป๋อง My Fish

สินค้า 2 ชนิดนี้เป็นสินค้าที่คนกัมพูชานิยมบริโภคเพราะราคาไม่แพง เก็บไว้ได้นาน ซึ่งสินค้าไทยครองใจชาวกัมพูชามาอย่างยาวนาน


เขมรต้มเขมร

เพจทำไมถึงเจ๊ง ได้ข่าวจาก KBN News สื่อฝั่งกัมพูขาเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ที่รายงานว่า ดูเหมือนว่าประชาชนจะหมดความเชื่อมั่นหลังจากที่พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นบางรายขายสินค้าปลอม

ตอนนี้วลี "ชาวเขมรช่วยเหลือชาวเขมร" กำลังถูกตีความโดยพ่อค้าไร้จรรยาบรรณบางรายว่า "ชาวเขมรโกงชาวเขมร" ด้วยการปลอมแปลงคุณภาพและบิดเบือนแหล่งที่มาของสินค้า ตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือน อาหาร ผลไม้ และล่าสุดคือการขายปลาเทราต์แทนปลาแซลมอน ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงจนเหลือศูนย์

พร้อมสรุปสินค้าที่มีปัญหาในกัมพูชาไว้ดังนี้

1. สินค้าด้านทําความสะอาดในบ้าน เดิม ยี่ห้อ เป็ด เป็นที่นิยมในกัมพูชา เนื่องจากใช้งานได้ดี หลังจากเกิดการแบนสินค้าไทย มียี่ห้อนี้ในกัมพูชาออกมาวางขาย แต่ผู้บริโภคกลับพบว่าบาร์โค้ด ผลิตในประเทศไทย กลายเป็นว่า จ้างบริษัทจากฝั่งไทยผลิต แต่นําไปแปะฉลากเป็นภาษากัมพูชาเพื่อจําหน่าย

2. ทุเรียนกำปอต มีการโฆษณาและส่งเสริมทุเรียนสายพันธุ์กำปอง ซึ่งมีการโฆษณาว่ารสชาติอร่อย และไม่เหมือนใครของกัมพูชา หลังจากมีการโปรโมตและประชาชนช่วยกันอุดหนุน กลับมีข่าวออกมาภายหลังว่า เป็นทุเรียนจากประเทศไทย นํามาหลอกขาย ที่สําคัญคนที่ซื้อไปแล้วยังไม่รู้กลับนําไปทําคลิปโปรโมทถึงความอร่อยเป็นจํานวนมาก ซึ่งตอนนี้ไล่ลบ คลิปกันอยู่หลังจากถูกเปิดเผยว่าเป็นทุเรียนนําเข้าจากไทย

3. แซลม่อนซาซิมิ ร้านที่จะจำหน่ายแบบเดลิเวอรี่รวมไปถึงร้านที่จำหน่ายในร้านค้า ถูกจับกุมได้หลายรายและรับสารภาพแล้วว่าสั่งปลาเทราจากเวียดนาม จากนั้นชำแหละในร้าน แล้วบอกลูกค้าว่าเป็นแซลม่อน ตอนนี้โดนกวาดล้างอยู่

4. อาหารแปรรูป อาทิ ลูกชิ้นไส้กรอก มีการใช้เคมีและสารปลอมปน ซึ่งหากบริโภคแล้วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเป็นแบรนด์ของกัมพูชาผลิตในกัมพูชาเอง แถมยังได้รับการโปรโมตจากภาครัฐในฐานะสินค้ากัมพูชา คุณภาพดี

5. ซอสและเครื่องปรุงอาหารต่าง ๆ ทั้งสินค้าของกัมพูชาเองที่พยายามเคลมว่า มีรสชาติเหมือนกับแบรนด์ของไทย แต่พอนํามาใช้เป็นคนละเรื่อง รวมถึงมีข่าวซอสแบรนด์หนึ่งของไทย ถูกยึดแต่นําสินค้าภายในมาผสม แล้วบรรจุเป็นสินค้าของกัมพูชาอีกด้วย

เรียกยูนิลีเวอร์ชี้แจง 885

ล่าสุดยูนิลีเวอร์ กัมพูชา ได้ออกมาให้ความมั่นใจแก่ลูกค้าเกี่ยวกับข้อกังวลเกี่ยวกับสินค้าที่มีบาร์โค้ด "885" ของประเทศไทย โดยระบุว่าสินค้าเหล่านั้นเป็นสินค้าคงคลังเก่าและไม่ใช่สินค้าที่นำเข้าในปัจจุบัน

ในประกาศที่ออกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน บริษัทระบุว่า ปัจจุบันบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป 100 เปอร์เซ็นต์จากหลายประเทศ รวมถึงฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม มาเลเซีย และอินเดีย

การชี้แจงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ และการประกาศแผนการของบริษัทที่จะเริ่มการผลิตผลิตภัณฑ์บางรายการในประเทศภายในสิ้นปี 2026


มาตรฐานสินค้าไทย

แหล่งข่าวกล่าวว่า การแบนสินค้าไทย ไม่ได้หมายความว่าสินค้าไทยด้อยคุณภาพ สินค้าที่ผลิตฝั่งไทยยังเป็นไปตามมาตรฐานปกติ แต่การข้ามไปกัมพูชานั้นอาจขัดต่อกฎระเบียบของกัมพูชาที่ต้องการสกัดหรือลดการนำเข้าสินค้าจากไทย บางกรณีก็ถูกแต่งเติมหรือให้ร้ายสินค้าจากไทย

สิ่งที่ตามมาคือ การหาสินค้าทดแทนบางชนิดก็มีการปลอมปนในฝั่งกัมพูชาเอง ดังนั้นผู้บริโภคชาวกัมพูชาต้องตกอยู่ในความเสี่ยง บางอย่างเกิดจากการฉวยโอกาสของพ่อค้ากัมพูชา ทั้งใส่วัตถุปลอมปนหรือใส่สารเคมีเกินข้อกำหนด เพราะกว่าจะตรวจพบอาจต้องใช้เวลานาน

อย่างบางเรื่องเช่นนำปลาเทร้าของเวียดนามมาอ้างว่าเป็นปลาแซลมอน ก็เพราะสีเนื้อปลาคล้ายกัน แถมราคาถูกกว่าแซลมอนมาก แต่ที่น่าห่วงคือนำมาเทร้ามากินดิบเนื่องจากเป็นปลาน้ำจืดเสี่ยงต่อพยาธิในเนื้อปลา กรณีนี้อยู่ที่จรรยาบรรณในการค้าขายของพ่อค้า

ปลาเทร้าเวียดนามมักถูกเรียกว่าเป็นแซลมอนเวียดนาม คนไทยที่เคยไปเที่ยวเวียดนามเหนือจะทราบดีว่าเป็นอีก 1 เมนูที่ลูกทัวร์จะต้องได้ทาน แต่ไม่ใช่กินดิบจะเป็นเมนูที่ผ่านความร้อนก่อนอย่างสุกี้

ส่วนทางร้านในกัมพูชาอ้างว่าไม่รู้คงไม่ได้ เพราะมีการนำเข้ามาจากเวียดนาม แต่กลับนำไปทำฉลากว่าเป็นแซลมอน โชคดีที่ฝรั่งที่มาทานตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่แซลมอนจึงมีการตรวจสอบครั้งใหญ่

เมื่อสินค้าที่มีคุณภาพหายไปจากตลาด แล้วพื้นที่ไม่สามารถหาสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันมาทดแทนได้ ย่อมกลายเป็นช่องว่างให้สินค้าด้อยคุณภาพและสินค้าปลอมปน เข้ามาทดแทนได้ อุปนิสัยของคนกัมพูชาก็เป็นอีกแรงกระตุ้นหนึ่ง ถ้าซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าฉวยจังหวะเอาเปรียบก็เป็นกรรมของผู้บริโภค

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j