xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ฉก.นย.จันทบุรีแจงปมดราม่า "ช่องว่างระหว่างกำแพง" เหตุกระบวนการJBC ยังไม่ครบถ้วนย้ำทำตาม กม.ระหว่างประเทศ 100%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จันทบุรี -ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี แจงปมดราม่า "ช่องว่างระหว่างกำแพง" เหตุกระบวนการJBC ยังไม่ครบถ้วน ย้ำหลักเขตไม่หาย ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ 100% ด้าน กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่สุดปลื้มรั้วถาวรชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างสวย หนุนกองทัพ ดำเนินการในทุกแนวรบ

วันนี้ ( 27 มิ.ย.) คณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจันทบุรี ชลบุรี รวมทั้งคณะกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 บ้านชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วถาวรชายแดนไทย–กัมพูชา และรับฟังผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้าง​​ โดยมี น.อ.ปรัชญา หารเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน บรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการ

โดยบอกว่า ปัจจุบันการก่อสร้างรั้วถาวรชายแดนไทย–กัมพูชา ด้าน จ.จันทบุรี มีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 45 และเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่จนสามารถดำเนินโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม


ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ยังกล่าวอีกว่าการก่อสร้างรั้วชายแดนไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และดำเนินการอยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission : JBC)

ทั้งการสำรวจ การปักหมุดหลักเขต การประชุมร่วม และการลงนามในเอกสารด้านเทคนิค (Technical Instruction) ก่อนที่จะได้รับการรับรองจากประธาน JBC ของทั้งสองประเทศ

" ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้สามารถปักหมุดชั่วคราวได้จำนวน 166 จุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทางรวมประมาณ 8.3 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถกำหนดแนวเส้นเขตแดนได้อย่างชัดเจน แม้ว่าระยะห่างระหว่างหลักเขตแต่ละหลักจะไม่เท่ากันก็ตาม"


น.อ.ปรัชญา ยืนยันว่าก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างทุกครั้งได้มีการประสานงานและแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชารับทราบ พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและยืนยันว่าไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน โดยทุกขั้นตอนยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความโปร่งใส ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย

สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จากหลักเขตที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 54 ซึ่งได้ก่อสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่และดำเนินงานก่อสร้างรั้วอย่างต่อเนื่อง

ส่วนระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึงหลักเขตที่ 59 ปัจจุบันได้ก่อสร้างถนนแล้วประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้วในช่วงถัดไป

โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือแผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง


" ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่าเป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่าหลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้บริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วนจึงจะต้องนำแผ่นบานพับแบบเปิด-ปิดได้มาครอบบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยันว่าจะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ"


น.อ.ปรัชญญา ยืนยันว่าหลักเขตไม่ได้หายไปไหน และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน จะได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการก่อสร้าง พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเพื่อให้โครงการก่อสร้างรั้วชายแดนเกิดความยั่งยืนในระยะยาว เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาต่อไป.