เชียงราย – วัดสายมูชื่อดังเชียงราย ป่วน..หลังศรัทธาแห่ขอพรท้าวเวสสุวรรณ-องค์พญาครุฑ เจอสีกาสาวจาก กทม.เทียวลักเงินบริจาคหลายรอบ วงจรปิดจับภาพชัด ถึงขั้นฟ้องร้อง-ศาลตัดสินทั้งปรับทั้งจำ แต่ให้รอการลงโทษ กลับวนเวียนโจมตีส่อคดีเพิ่มอีก
วัดสันมะเหม้า ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย หนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวสายมู มุ่งขอพรท้าวเวสสุวรรณ องค์พญาครุฑ ทั้งยังประดิษฐานพระพุทธรูป ‘หลวงพ่อขาว’ ซึ่งเป็นที่สักการะบูชาของคนในพื้นที่ ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจวัดฯ ว่ากำลังถูกหญิงรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดต่างๆ นานาจนสร้างความเสียหาย ทางวัดจึงฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อยู่
ส่วนสาเหตุคาดว่าเพราะหญิงคนดังกล่าวเคยก่อเหตุขโมยเงินบริจาควัดสันมะเหม้าจนถูกดำเนินคดีมาแล้วจึงแค้นใจและจะหาวิธีทำลายชื่อเสียงของวัด
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวัดสันมะเหม้าเริ่มมีชื่อเสียง กระทั่งคณะศรัทธาจากภาคกลางพากันเดินทางไปทำบุญและมีหญิงชาวกรุงเทพฯ คู่กรณีเดินทางมากับคณะด้วย หลังทำบุญยังคงเข้าไปที่วัดอยู่บ่อยครั้ง
แต่ต่อมานายสมศักดิ์ สีเขียว อายุ 54 ปี ไวยาวัจกรของวัดได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พาน ว่าหญิงคนนี้มีพฤติกรรมก่อกวน สร้างความรำคาญเดือดร้อนและใส่ความ กลั่นแกล้ง พูดหาเหตุร้ายทำให้วัดได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ทางคณะกรรมการวัดยังมีมติไม่ให้เข้าไปยังบริเวณวัดอีกเพื่อความสงบเพราะมีผู้มีจิตศรัทธาเดินทางไปที่วัดเป็นจำนวนมาก
กลางปีเดียวกันได้เกิดเหตุเงินบริจาคที่อยู่ในอาคารวัดสันมะเหม้าหายหลายครั้งคือวันที่ 20 พ.ค.2568 จำนวน 5,000 บาท วันที่ 21 พ.ค.จำนวน 7,000 บาท และวันที่ 6 มิ.ย.จำนวน 1,700 บาท รวมเป็นเงิน 13,700 บาท ทางวัดจึงแจ้งความต่อ สภ.พาน
และเมื่อเจ้าหน้าที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นหญิงคู่กรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกันรวม 3 กระทง สั่งจำคุกกระทงละ 1 ปีและปรับกระทงละ 20,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุกกระทงละ 6 เดือน ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมเป็นโทษจำคุก 18 เดือนและปรับ 30,000 บาท แต่เนื่องจากอายุยังน้อยและไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนรวมทั้งได้คืนเงินแล้วโทษจำคุกจึงให้รอลงการลงโทษไว้ 3 ปี
แต่ปรากฏว่า ปลายเดือน มิ.ย.2569 นี้ หญิงคนดังกล่าวได้โพสต์ถึงบุคคลหลายคนในวัดด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายกล่าวหาทำนองว่าให้เด็กๆ และผู้หญิงระมัดระวังการล่อลวงไปทำอนาจาร ตัวเองเคยตกเป็นเหยื่อและเริ่มมีคนที่ถูกกระทำมาร้องทุกข์แล้ว กำลังจะดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิด
โพสต์ยังพาดพิงไปถึงทั้งพระผู้ใหญ่ กรรมการวัด เด็กวัด ลามไปถึงเรื่องการลักลอบเสพยาเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ สื่อลามก ฯลฯ
ขณะที่นายสมศักดิ์ สีเขียว ไวยาวัจกรวัดสันมะเหม้า และกรรมการวัดต่างระบุว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่าหลังจากที่ศาลตัดสินในคดีลักเงินบริจาควัดไปแล้ว ปรากฎว่าหญิงคนดังกล่าวก็ยังกลับเข้ามาในวัดอีกหลายครั้ง ทางคณะกรรมการวัดก็พยายามกันไม่ให้เข้าใกล้กับเจ้าอาวาสวัดเพราะเกรงว่าจะสร้างความเสื่อมเสีย และส่วนตัวเห็นว่าเป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนาด้วย ส่วนสาเหตุที่ยังโพสต์ข้อความดังกล่าวคิดว่าเกิดจากความแค้นนั่นเอง.

