"รุ่งเรือง ธิมาบุตร" ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับเข้าทำงานวันแรก หลังถูกย้ายเพื่อสอบสวนปมเรียกส่วยสถานบันเทิง แต่ยังไม่ทันข้ามวัน ตำรวจ ปปป.บุกจับฐาน เป็นตัวกลางเรียกรับเงิน 9 แสนบาท แลกช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นที่หาดใหญ่
จากกรณีที่กรมการปกครองได้มีคำสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ไปปฏิบัติราชการยังกรมการปกครอง พร้อมด้วยป้องกันจังหวัดภูเก็ตและนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอของภูเก็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนเรื่องส่วยสถานบันเทิง ป่าตอง ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2569 ถึงวันที่ 24 มิ.ย.2569 นั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 กรมการปกครองได้มีคำสั่งให้นายรุ่งเรือง กลับมาปฏิบัติราชการตามเดิม โดยนายรุ่งเรืองได้กลับมาปฏิบัตืหน้าที่ในฐานะปลัดจังหวัดภูเก็ตในวันนี้(26 มิ.ย.) เป็นวันแรก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 เข้าจับกุม รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้
จากการสืบสวนพบว่า มีผู้เสียหายซึ่งเป็นอาสาสมัคร (อส.) จำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยอ้างว่าถูกเรียกรับเงินรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังกรมการปกครองมีหนังสือส่งตัวนายรุ่งเรืองกลับไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดภูเก็ต ภายหลังครบกำหนดคำสั่งช่วยราชการและกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองแล้วเสร็จโดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน วินัย โตเจริญ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามในหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แจ้งให้รับตัวนายรุ่งเรืองกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต้นสังกัด หลังครบกำหนดตามคำสั่งกรมการปกครองที่ 1512/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งให้ช่วยราชการประจำกรมการปกครอง ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 24 มิถุนายน 2569
หนังสือดังกล่าวระบุว่า กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ประกอบกับครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งช่วยราชการ จึงให้เดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมแจ้งให้จังหวัดรายงานผลการไปรายงานตัวกลับมายังกรมการปกครองอย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นการสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

