จันทบุรี -กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี รับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เร่งหาแนวทางลดผลกระทบต่อประชาชน ขณะหน่วยงานด้านความมั่นคงโชว์ผลงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนใน อ.โป่งน้ำร้อน ด้วยการปรับพื้นที่รูปตัว ก.ให้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุง รักษาพื้นที่รูปตัว U ที่ถูกตัดขาดให้กลับมาเป็นของไทยได้โดยสมบูรณ์ ส่วนการก่อสร้างกำแพงคืบหน้าแล้ว 45 %
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ ( 26 มิ.ย.) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.จจันทบุรี ชลบุรีและตราด รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนการดูแลและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดจันทบุรี
โดย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้รายงานภาพรวมและข้อมูลทั่วไปของจังหวัดว่า จันทบุรี มีพื้นที่ติดชายแดน 2 อำเภอคือ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว มีหลุมหลบภัย รวมทั้งสิ้น 46 แห่ง และมีศูนย์พักพิง รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง
ส่วนความต้องการและข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา คือเรื่องผลที่เกิดกับผู้ประกอบการค้าตามแนวชายแดน ซึ่งเมื่อไม่มีชาวกัมพูชาเข้ามาซื้อสินค้าย่อมทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงอยากให้รัฐบาลยกเว้นการจ่ายภาษีของผู้ประกอบการ และขอให้มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และบริการที่ถูกยกเลิกการจองโรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวในช่วงที่เกิดการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา จนทำให้มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาทนั้น ทางจังหวัดได้เสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือ คือการจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยการจัดเทศกาลแสดงสินค้าทั้งในและนอกจังหวัด
ด้านหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้นำเสนอผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนจันทบุรี ที่มี 2 จุดคือพื้นที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 64 - 65 (พื้นที่รูปตัว ก. )บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน เนื้อที่กว่า 3ไร่ หลังมีการตรวจพบทางน้ำที่ถูกขุดใหม่กว้าง10 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตรว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ทำการปรับพื้นที่รูปตัว ก. เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย และยังสามารถใช้เป็นเส้นทางในการส่งกำลังบำรุงภารกิจป้องกันชายแดนเป็นที่เรียบร้อย
เช่นเดียวกับพื้นที่รูปตัว U (คลองไพลิน) บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ที่ตรวจพบการรุกล้ำเส้นทางเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย โดยการเปลี่ยนเส้นทางน้ำทำให้เกิดแนวคลองขึ้นมาใหม่จนทำให้พื้นที่ของประเทศไทยถูกตัดขาดหายไป ประมาณ 6 - 7 ไร่นั้น หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างกำแพงถาวรบริเวณแนวชายแดนนั้น ขณะนี้ดำเนินงานได้แล้วกว่า 45%
ทั้งนี้ภายหลังการนำเสนอข้อมูล คณะกรรมาธิการได้เปิดเวทีซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

