xs
xsm
sm
md
lg

'มหาดไทย' กลบแผล โยน มศว แพะรับบาป ป้องกันภัยถึง 'อนุทิน'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วิกฤตศรัทธามหาดไทย ปมทุจริตสอบท้องถิ่นสะเทือนเก้าอี้ 'อนุทิน' หลังประวัติศาสตร์อื้อฉาวซ้ำรอยจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เร่งโยนบาปให้มหาวิทยาลัยเพื่อกลบแผลใหญ่ในกระทรวง

กรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังเป็นวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อระบบราชการท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปสู่ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ความเสียหายทางการเมืองของ 'อนุทิน' ครั้งนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อสังคมหวนย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2552 ในสมัยที่ 'ชวรัตน์ ชาญวีรกูล' ผู้เป็นบิดา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะนั้นได้เกิดคดีทุจริตการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายอำเภอ จนกลายเป็นคดีอื้อฉาวระดับประเทศ และท้ายที่สุดนำไปสู่การพิพากษาจำคุกอธิบดีกรมการปกครองในขณะนั้น

ผ่านไปกว่า 17 ปี เหตุการณ์กลับดูราวกับกำลังวนกลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนจากการสอบโรงเรียนนายอำเภอ มาเป็นการสอบบรรจุบุคลากรท้องถิ่น ขณะที่ผู้เผชิญแรงกดดันทางการเมืองไม่ใช่รัฐมนตรีในยุคพ่อ แต่เป็น มท.1 รุ่นลูกอย่างอนุทิน

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยจะพยายามเร่งแสดงบทบาทในการจัดการปัญหา ออกมาแถลงข่าว ชี้แจงข้อเท็จจริง และประกาศเอาผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ว่ากระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ มีความพยายามโยนความรับผิดชอบไปยังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งจัดสอบในครั้งนี้ ราวกับเป็นต้นตอหลักของปัญหาทั้งหมด

คำถามสำคัญคือ หาก มศว เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดจริง เหตุใดข้อเท็จจริงหลายประการจึงกลับสะท้อนว่า กระบวนการภายหลังการสอบอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย
ข้อกล่าวหาที่พยายามโยนบาปไปยัง มศว เพียงฝ่ายเดียว เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหากพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเวลานี้ จะพบว่าจุดอ่อนสำคัญหลายส่วนอยู่ในขั้นตอนการบริหารจัดการหลังการสอบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในกำกับของกระทรวงมหาดไทย

ดังนั้น สิ่งที่สังคมต้องการเห็นในเวลานี้ ไม่ใช่การเร่งหาแพะรับบาปเพื่อกู้ภาพลักษณ์ทางการเมืองให้กับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่คือการเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ว่าใครคือผู้สั่งการ ใครได้ประโยชน์ และช่องโหว่ใดที่ทำให้เกิดการแก้ไขคะแนนสอบภายหลังการประกาศผลได้

หากบทสรุปสุดท้ายลงเอยเพียงการผลักภาระความผิดให้กับหน่วยงานภายนอก ขณะที่ต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่กลับมาจากคนภายในกระทรวงคลองหลอดเอง ไม่เพียงแต่ความเชื่อมั่นต่อการสอบท้องถิ่นจะพังทลายเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นบาดแผลทางการเมืองครั้งใหญ่ของ 'อนุทิน' ที่ไม่ได้แย่กว่าความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน