ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งหน้าอย่างรุนแรงเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน ระหว่างการประชุมลับกับสมาชิกพรรครีพับลิกันเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) ก่อนที่ฝ่ายบริหารของเขาจะขอเงินจากสภาคองเกรสหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในความขัดแย้งนี้
สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนที่เข้าร่วมการประชุมกล่าวว่า ทรัมป์ ได้โต้เถียงกับ ส.ว. บิล แคสซิดี ซึ่งกล่าวว่า ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องอธิบายข้อตกลงกรอบการทำงานที่ ทรัมป์ ลงนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งให้แรงจูงใจทางการเงินแก่อิหร่าน แต่กลับยังไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม
“ประชาชนชาวอเมริกันจำเป็นต้องรู้มากกว่าที่เราได้รับแจ้ง” แคสซิดี กล่าวกับผู้สื่อข่าว “ดูเหมือนว่า แม้ว่าผมจะไม่แน่ใจนัก แต่สถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นไปตามที่เราได้รับแจ้ง”
ต่อมาในวันพุธ (24) ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้กำหนดการลงคะแนนเสียงในช่วงดึก เพื่อขัดขวางมติที่เรียกร้องให้ยุติการสู้รบกับอิหร่าน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะเอาใจประธานาธิบดี
การลงคะแนนในช่วงค่ำวันพุธ (24) เกิดขึ้นหลังจากที่ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันที่ให้การสนับสนุนมติเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่านเมื่อวันอังคาร (23) รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการลงคะแนน โดยให้เหตุผลว่า รัฐสภากำลังบั่นทอนอำนาจต่อรองของเขาในการเจรจากับอิหร่าน
วุฒิสภาได้ลงมติ 50 ต่อ 47 เสียง โดยส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวพรรคการเมือง เพื่อขัดขวางมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการทำสงคราม ซึ่งผ่านการลงมติตามขั้นตอนในเดือน พ.ค.
แคสซิดี ผู้ซึ่งเคยลงคะแนนเสียงสนับสนุนมติก่อนหน้านี้ ลงคะแนนเสียงคัดค้าน และ ส.ว. แรนด์ พอล จากรัฐเคนตักกี พรรครีพับลิกัน ซึ่งเคยลงคะแนนสนับสนุนเช่นกัน เลือกที่จะงดออกเสียง
ส.ว.รีพับลิกันอีก 2 คน คือ ซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน และ ลิซา เมอร์คาวสกี จากรัฐอะแลสกา ลงคะแนนเสียงสนับสนุนมตินี้ร่วมกับ ส.ว.เดโมแครตทุกคน ยกเว้นหนึ่งคน ส.ว. จอห์น เฟตเตอร์แมน จากรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นคนของพรรคเดโมแครตเพียงคนเดียวที่ลงคะแนนเสียงคัดค้าน
มิตช์ แมคคอลเนลล์ ส.ว.รีพับลิกันจากรัฐเคนตักกี และไมเคิล เบนเน็ต จากรัฐโคโลราโด ไม่ได้ลงคะแนนเสียง
"การลงมตินี้เป็นการเตือนอิหร่าน" ทรัมป์ กล่าวในโซเชียลมีเดียหลังจากการลงมติช่วงดึกของวันพุธ (24) แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการลงมติก่อนหน้านี้ก็ตาม
บทสนทนาอย่างดุเดือดในช่วงพักเที่ยงวันพุธ (24) กับสมาชิกพรรคเดียวกันกับทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าสงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อ ทรัมป์ มากขนาดไหนก่อนการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคใดจะคุมเสียงข้างมากในรัฐสภาต่อไป
ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสแสดงให้เห็นว่า คะแนนความนิยมของ ทรัมป์ อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว มีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่เชื่อว่าสงครามครั้งนี้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย
ทรัมป์ ไม่ได้กล่าวถึงการโต้เถียงกับ แคสสิดี ซึ่งพ่ายแพ้ให้กับผู้ท้าชิงที่ได้รับการสนับสนุนจาก ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อต้นปีนี้ ต่อมาเขาก็วิพากษ์วิจารณ์วุฒิสภา
“อิหร่านเห็นเข้า พวกเขาก็ถามว่า ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน?’ ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่ามันไร้สาระใช่ไหม?” ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว
หลายชั่วโมงต่อมา ฝ่ายบริหาร ทรัมป์ ได้ขอเงินจากสภาคองเกรส 70,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสงคราม โดยเพิ่มเติมจากงบประมาณทางทหารของสหรัฐฯ ที่ 867,000 ล้านดอลลาร์
ที่มา: รอยเตอร์

