แฉขบวนการโกงสอบข้าราชการมหาดไทย ซ้ำรอยประวัติศาสตร์จาก มท.1 รุ่นพ่อสู่ลูก จ่ายหัวละ 3-8 แสนซื้อตำแหน่ง ส่วนลูกหลานหัวคะแนนสอบฟรี จี้รัฐขุดรากถอนโคนคนผิดตัวจริง ไม่ใช่ล้มกระดานทั้งหมด
ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น นอกจากคนโกงจ่ายเงินหัวละ3แสนถึง8แสนบาท ให้กับคนจัดโกง ยังมีคนอีกกลุ่มที่คนจัดโกงช่วยโกงให้สอบได้ฟรีไม่เก็บเงิน คนกลุ่มนี้คือลูกหลานหัวคะแนนพรรคการเมือง เพื่อเป็นการสมนาคุณให้เครือข่ายในอำนาจการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสียเงิน หรือกลุ่มที่ได้โกงให้ฟรี ก็คือเลวเหมือนกัน แต่เลวกว่าคือข้าราชการที่อยู่ในขบวนการทุจริต ขายตำแหน่งพนักงานส่วนท้องถิ่น ต้องขุดรากถอนโคนออกมาประจาน ส่งเข้าคุกให้หมดทุกคน
การตรวจจับหาคนโกงไม่ยาก ตรวจสอบเฉพาะคนที่สอบได้ทั้งหมด ว่าสอบได้จริงหรือโกงมา ถ้าชื่อที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.)ประกาศคะแนนสอบได้ ตรงกับต้นขั้วที่มหาวิทยาลัยคนจัดสอบเก็บไว้ ก็ยืนยันสอบได้จริง ส่วนที่ชื่อประกาศไม่ตรงต้นขั้ว ก็คือคนโกง
แยกคนสอบได้ กับคนโกง ใช้วิธีตรวจสอบแบบนี้เร็วและง่าย ชัดเจนด้วย อีกทั้งจะให้ความเป็นธรรมกับคนสุจริต อย่างที่นายกฯอนุทินจะโละทิ้ง ประกาศเป็นโมฆะทั้งหมด นี่เป็นวิธีการคิดแบบการเมือง เพื่อจะกู้ชื่อคืน เท่านั้น แต่ทำจริงไม่ได้ มหาดไทยจะถูกฟ้องเละเทะ
เรื่องทุจริตโกงการสอบพนักงานท้องถิ่น จะต้องเอาคนทุจริตมาลงโทษ ในเวลาเดียวกันต้องคุ้มครองคนบริสุทธิ์ที่สอบได้ เพราะว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิด แต่คนผิดคือข้าราชการผู้มีอำนาจจัดการสอบ ที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยท่าทีที่เอาจริง แต่คงจะทำไม่ได้อย่างที่พูดแน่ เพราะการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาคนผิด ต้องใช้เวลา ตามที่กำหนด 7 วันอันตรายนั้นน่าจะเป็น7 วันที่ผ่านไปเปล่าๆ โดยไม่ได้ความอะไรมากกว่า เชื่อว่าจะต้องมีการต่อเวลาสอบหาข้อเท็จจริงออกไปเรื่อยๆ จนกว่ากระแสข่าวจะเงียบไป
ตามกฎหมายปกครอง มหาดไทยมีทางที่จะลงโทษ คนทำผิดได้ แต่ทำได้เฉพาะ คนที่อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น หรือจะให้ได้ผลเร็วทันสถานการณ์ มหาดไทยต้องใช้คำสั่งทางปกครอง สั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องการสอบท้องถิ่นหนนี้ สั่งย้ายให้หมด เหมือนที่มีคำสั่งย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในทางอาญาเป็นหน้าที่ตำรวจกับ ป.ป.ช. ทำคดีร่วมกัน แม้จะมีการสืบสวนสอบสวนจนสามารถทลายเครือข่ายขบวนการโกงสอบที่ฝังตัวอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี ได้แล้ว ยังพบว่า เทศบาลบางบัวทอง ส่งคนไปสอบ30 คนเข้าวินหมด เป็นเรื่องที่จะต้องตรวจสอบ ว่าสอบได้ด้วยความรู้ความสามารถหรือได้เพราะใช้เงิน
ต่อจากนี้ คดีอาญาก็อาจจะมีเหตุเครื่องยนต์ดับกลางทางได้เพราะขบวนการนี้ หัวขบวนโกงร่วมกันระหว่าง คนจากฝ่ายปกครอง และอาจารย์มหาวิทยาลัย
นายกรัฐมนตรี ดูเหมือนยังงงงกับข่าวที่เกิดขึ้น ทำอะไรไม่ถูก แทนที่นายอนุทินจะเร่งสั่งการไปที่สำนักงาน ปปง. ให้ตื่นขึ้นมาใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงิน สั่งอายัดบัญชีธนาคารและทรัพย์สินของผู้พัวพันทุกทอดแบบฉับพลัน ล็อกเป้าตัดวงจรไม่ให้เครือข่ายนายหน้ายักย้ายถ่ายเทเงินหนี เป็นการบีบเส้นเลือดใหญ่ทางการเงิน จะทำให้นายหน้าที่ที่ร้อนใจอยู่ทนไม่ไหวและต้องจนมุมในที่สุด
เหนืออื่นใด การโกงครั้งนี้ มีคนเสียหายสอบได้แต่ถูกปรับให้สอบตก ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ว่าคนมีอำนาจทำกันอย่างท้าทายระบบ เหมือนกับการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ ที่กลายเป็นคดีทุจริตใหญ่ของมหาดไทย เกิดขึ้นในสมัยปู่จิ้น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายเนวิน เป็นเลขานุการรัฐมนตรี
การสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอปีพ.ศ.2552 มีคนร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีเด็กฝากจากสายบุรีรัมย์ ส่งเข้ามายึดเก้าอี้ กว่าร้อยละ20 ของจำนวนเต็ม แถมมีทุจริตจ่ายเงินใต้โต๊ะด้วย
เรื่องการทุจริตที่กระทรวงมหาดไทย หมุนกลับมาทับรอยเดิม จาก มท.1รุ่นพ่อสู่ลูก เหมือนมีคนตั้งใจทำ?

