xs
xsm
sm
md
lg

ถึงขั้นขนลุก! เขมรโอดใช้กำลังไม่ใช่ทางออกข้อพิพาท หลังพบเห็น F-16 ไทยบินว่อนใกล้ชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นักวิชาการด้านนโยบายต่างประเทศชาวกัมพูชารายหนึ่ง เตือนว่าวิถีทางด้านการทหารจะไม่คลี่คลายข้อพิพาทชายแดนที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างกัมพูชาและไทย เรียกร้องทั้ง 2 ประเทศแสวงหาความปรองดอง คืนความสัมพันธ์ทวิภาคีตามปกติ และปล่อยให้กลไกชายแดนในปัจจุบันทำงานบรรลุล่วง ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นหลังจากมีการพบเห็นเครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทย ขึ้นบินใกล้ชายแดน

Pou Sothirak ที่ปรึกษาอาวุโสแห่งศูนย์เพื่อการศึกษาภูมิภาคแห่งกัมพูชา(CCRS) ระบุว่ากัมพูชาและไทยไม่ควรปล่อยให้ประเด็นเรื่องแนวเขตแดนที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ มาบั่นทอนมิตรภาพและการพึ่งพาทางเศรษฐกิจระหว่างกันที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ

"พวกเขาไม่ควรพึ่งพาแนวทางทางทหารในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพรมแดน พวกเขาควรแสดงความเห็นอกเห็นใจ เคารพอีกฝ่าย และเสาะแสวงหาทางออกอย่างสันติ" Sothirak โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์

เขาให้คำจำกัดความกัมพูชาและไทยว่าเป็น "เพื่อนบ้านตลอดกาล" อันมีสายสัมพันธ์ฉันมิตรที่แน่นแฟ้น เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่าทั้ง 2 ประเทศควรมุ่งเน้นคืนความปรองดอง การปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองฝ่าย"

ความเห็นของ Sothirak มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและไทยที่ยังคงสูงลิ่ว ตามหลังเหตุปะทะทางทหารและความไม่ลงรอยทางการเมือง ที่โหมกัดเซาะความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจเมื่อขวบปีที่ผ่านมา

เขาชี้ว่าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี) กลไกทวิภาคีที่มีหน้าที่ปักปันเขตแดน ควรได้รับอนุญาตให้เดินหน้าทำงานเพื่อวางเค้าโครงแนวชายแดนร่วมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ที่อยู่ระหว่างการพูดคุย

นอกจากนี้แล้ว Sothirak ยังนำเสนอโร้ดแมปมุ่งหน้าสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์อันปกติ ในนั้นรวมถึงการกลับมาเปิดจุดผ่านแดนระหว่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคืนสู่ปฏิบัติการของสถานทูตเต็มรูปแบบ ทั้งในพนมเปญและกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตามกระบวนการดังกล่าวต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่หลวงทางการเมือง โดยในฝ่ายกัมพูชา ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาเน้นย้ำว่ากัมพูชาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มปิดด่าน อ้างว่าข้อจำกัดต่างๆนานาและความปั่นป่วนทั้งหลาย เกิดจากฝ่ายไทยก่อน เขายืนกรานว่ากัมพูชาพร้อมยืนหยัดรับมือกับการปิดชายแดนยืดเยื้อ และครั้งหนึ่งถึงขั้นเคยพูดว่าประเทศแห่งนี้จะเปิดชายแดนต่อไปอีก "500ปี" ถ้าจำเป็น

พนมเปญโพสต์รายงานว่า นอกจากนี้แล้ว ฮุน เซน ยังใช้แนวทางแข็งกร้าวเกี่ยวกับการค้าขายข้ามชายแดน แถลงมาตรการแบนอย่างเข้มงวดกับสินค้าที่ขนส่งทางบกจากไทย ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามลง ขณะเดียวกันพวกผู้นำไทย ยืนกรานว่าการดำเนินการต่างๆของไทย มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศชาติ

ตามรายงานของพนมเปญโพสต์ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆของไทย เน้นย้ำกล่าวหากัมพูชายั่วยุความตึงเครียด พร้อมยืนกรานว่าไทยไม่มีความตั้งใจกลับมาเปิดชายด่านชายแดน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ข้อพิพาทดังกล่าวยังมาพร้อมกับการสำแดงแสนยานุภาพทางทหาร กัมพูชาวิพากษ์วิจารณ์ไทยในกรณีประจำการทรัพย์สินทางทหารตามแนวชายแดน ในนั้นรวมถึงการขึ้นบินของเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งพนมเปญให้คำจำกัดความว่าเป็นการโหมกระพือความตึงเครียด ไม่ใช่การส่งเสริมการหารือปรับความสัมพันธ์

พนมเปญโพสต์อ้างว่าแม้มีความผิดหวังต่างๆนานา แต่กัมพูชายังคงเรียกร้องเจรจาภายใต้กรอบการทำงานทวิภาคีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในนั้นรวมถึงเจบีซีและคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) ขณะเดียวกันก็เสาะหาเวทีกฎหมายระหว่างประเทศในประเด็นพิพาททางทะเล ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea หรือ UNCLOS)

สำหรับ Sothirak มองว่าการดำเนินงานทางการทูตอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้ในการก้าวไปข้างหน้า และเพื่อป้องกันความตึงเครียดไม่ให้ลุกลามสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง เขาบอกว่าตัวละครทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ควรเข้ามามีบทบาทสำคัญ "สหประชาชาติและอาเซียน เช่นเดียวกับมิตรอื่นๆของทั้ง 2 ฝ่าย ต้องรับประกันประสิทธิผลของข้อตกลงหยุดยิง"

Sothirak กล่าวปิดท้ายว่า กัมพูชา และ ไทย ไม่ควรปล่อยให้ประเด็นชายแดนที่ยังไม่คลี่คลาย บดบังความสัมพันธ์ข้ามชายแดนที่จะมีอยู่ต่อไปหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้แล้วเขายังเรียกร้องให้ทั้ง 2 ประเทศ เลือกหนทางแห่งการทูตแทนการเผชิญหน้า และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเหนือกว่าการแข่งขันทางทหาร

(ที่มา:พนมเปญโพสต์)