“อี้-แทนคุณ” พาผู้เสียหาย จ.บึงกาฬ ร้องดีเอสไอ ถูกหลอกลงทุน Forex หลังเห็นคลิปโค้ชจากบริษัทโบกเกอร์สอนเทรด สุดท้ายเสียหายกว่า 6.3 ล้านบาท
วันนี้ (24 มิ.ย.) ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ หรืออี้ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ได้นำ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน (ผู้เสียหาย) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ชักชวนให้ร่วมลงทุน Forex
ดร.แทนคุณ เปิดเผยว่า ตนพาผู้เสียหายมา เพิ่มเติมอีก 1 ราย จาก จ.บึงกาฬ ซึ่งได้ลงทุนเทรด Forex กับโค้ชของบริษัท QRS เสียหายไปทั้งสิ้น 6.3 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อลงทุนเนื่องจากถูกกล่าวอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ มีบริษัทจดทะเบียนที่ต่างประเทศ เพราะ Forex ยังไม่ได้ถูกรับรองและถูกกฎหมายในประเทศไทย หรือผู้เสียหายบางส่วนเมื่อลงทุนไปสักระยะจนเข้าเงื่อนไขแล้วก็จะพาเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อทำให้เห็นว่ามีการดีลอยู่จริง แต่แท้จริงแล้วไม่มีกิจการดังกล่าว รวมทั้งยังมีการทำแพลตฟอร์มเอาไว้สำหรับหลอกผู้เสียหายว่าการเทรดจะทำกำไรได้
ดร.แทนคุณ เผยว่า ส่วนกรณีผู้เสียหาย จ.บึงกาฬ ได้รู้จัก Forex จากการเล่น TikTok และพบกับคลิปวิดีโอของโค้ชรายหนึ่งของบริษัท HFM มีการบอกกล่าวถึงวิธีการเทรด ผลตอบแทนจากการเทรด มีคำแนะนำด้วยว่าต้องศึกษาก่อนลงทุน เพราะมีได้มีเสียตามราคากลไกตลาด โดยผู้เสียหายนำเอกสารหลักฐานการโอนเงินที่ได้ลงทุนไปกับโค้ชของบริษัท QRS จำนวนหลายครั้ง โดยเป็นการเริ่มลงทุนครั้งแรกตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.67 จำนวน 20,000 บาท และได้กลับคืนมา 5,000 บาท หลังจากนั้นก็ลงอีก มีได้มีเสีย แล้วผู้เสียหายก็ถลำตัวลงไปเรื่อยๆ จนล่าสุดได้ลงทุนไป 50,000 บาท ซึ่งก็ไม่ได้ผลตอบแทน จนกลายเป็นลงทุนรวมกว่า 6,300,000 บาท และทางผู้เสียหายจำได้ว่า เคยเทรดสูงสุดวันหนึ่งประมาณ 4-5 หมื่นบาท
ดร.แทนคุณ เผยด้วยว่า กรณีที่มีกระแสอ้างว่าผู้เสียหายอาจจะเป็นคนเทรดเองและเสียเอง เพราะบางคนลงทุนไปแล้วเสีย ก็อยากได้เงินคืน จึงตัดสินใจเทหมดหน้าตัก หรือเล่นตามที่โค้ชแนะนำก็มีจึงเกิดความเสียหายขึ้นมาได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ลักษณะการลงทุนตามกลไกตลาด หรือแม้บางครั้งอาจมีการแทรกแซงโดยโบรกเกอร์ก็เป็นไปได้ นอกจากนี้ ยังจะมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ประสานผ่านตน เพื่อจะเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเป็นผู้ลงทุนที่ถูกหลอกลวงจริงๆ ไม่ใช่เล่นเสียแล้วมาเรียกร้องว่าตนเป็นผู้เสียหาย ดังนั้น แม้เรายอมรับว่า Forex ในหลายประเทศถูกกฎหมายก็ตาม แต่ในไทยยังไม่ถูกกฎหมายและยังไม่ได้รับการรับรอง ฉะนั้น เมื่อยังไม่ถูกกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีกับคนที่มาหลอกผู้เสียหายให้ลงทุน
“มีผู้เสียหายอีกหนึ่งรายที่ประสานมา ทราบว่ามีความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากผู้เสียหายประสงค์จะเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอในวันใด ก็จะได้เรียนแจ้งอีกครั้ง แล้วก็ยังมีผู้เสียหายที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น 3 รายและสหรัฐอเมริกาอีก 1 ราย ที่ได้เริ่มประสานมาบ้างแล้ว โดยรวมแล้วผู้เสียหายที่ประสานมายังตนเองก็ประมาณ 10 ราย”
ด้าน น.ส.เฟิร์น (สงวนชื่อและนามสกุล) เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ไอแฮฟ โนเนม” ซึ่งอยู่ในวงการเทรด Forex มานาน 9 ปี กล่าวว่า มองว่าเรื่อง Forex เป็นสิ่งที่สังคมและภาครัฐควรยอมรับว่ามีอยู่จริง โดยเชื่อว่าปัจจุบันมีเทรดเดอร์ในประเทศไทยมากกว่า 500,000 ราย จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามามองเห็นกลุ่มคนเหล่านี้ และออกกฎหมายที่มีกลไกกำกับดูแลอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การเทรด Forex ในประเทศไทยมีมานานไม่ต่ำกว่า 15 ปี มีทั้งผู้เทรดและผู้ให้บริการอยู่จริง แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้ผู้ให้บริการอยู่ในสถานะที่ผิดกฎหมายตามกฎหมายไทย แต่มองว่าการผิดกฎหมายในไทยก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหรือองค์กรเหล่านั้นเป็นคนชั่ว แต่ยอมรับว่ามีผู้ให้บริการบางรายที่เอาเปรียบผู้เทรด หรือดำเนินการไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการแสดงตัวเป็นผู้เสียหายในคดีที่เกี่ยวข้องกับ Forex นั้น หากต้องการได้รับความเป็นธรรม ต้องสามารถแสดงให้เห็นก่อนว่าตนเองเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ โดยยกตัวอย่าง 3 กรณีที่มองว่าควรนำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีที่ 1 มีบุคคล ผู้ให้บริการ หรือผู้แนะนำการลงทุน เรียกรับเงินและให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยมองว่าอาจเข้าข่ายการชักชวนลงทุนโดยไม่มีใบอนุญาต กรณีที่ 2 มีการรับประกันผลตอบแทน ไม่ว่าจะรับประกันมากหรือน้อย หากผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนจากการรับประกันดังกล่าวและได้รับความเสียหาย ก็ถือเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ควรนำมาร้องเรียน และกรณีที่ 3 การชักชวน หรือชี้นำการลงทุนเกินจริง เช่น การกล่าวอ้างว่าสามารถทำกำไรได้แน่นอน 100% หรือ 1,000% หากเข้าข่ายทั้ง 3 กรณี ตนก็แนะนำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับดีเอสไอได้เลย หรือหากไม่แน่ใจว่าตนเองเข้าข่ายหรือไม่ ก็สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้
น.ส.เฟิร์น ย้ำว่าในฐานะคนกลาง ไม่ควรฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการลงทุนในตลาด Forex เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และไม่มีใครบังคับให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนของตนเองด้วย

