บุรีรัมย์- “พ่อฟอร์ด”อินฟลูฯชื่อดังบุรีรัมย์คนสนิท"แพรรี่" พร้อมทนายความ หอบเอกสารหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา หลังมีผู้เสียหายกว่า 10 รายแจ้งความถูกฉ้อโกง รวมสูญกว่า 60 ล้าน เจ้าตัวยอมรับค้างจ่ายเงินซื้อขายข้าวชาวนาจริง เหตุตั้งราคารับซื้อสูงแต่ขายต่อได้ราคาต่ำขาดทุน พร้อมชดใช้เงินที่ค้างคืน แต่ปัดหลายข้อกล่าวหาไม่จริง ยันลูกชายไม่เกี่ยวข้อง อ้างออกมาชี้แจงช้าอยู่ระหว่างหาหลักฐาน
วันนี้ ( 24 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่มีผู้ใหญ่บ้าน ผู้รับเหมา และชาวนาจาก 3 อำเภอ คือ เมืองบุรีรัมย์ อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ และแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงกับ “นายอี๊ด” หรือ นายทองสุข อายุ 52 ปี อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งในอำเภอประโคนชัย ซึ่งเป็นพ่อของ “ฟอร์ด ปกรณ์” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จ.บุรีรัมย์ คนสนิท “แพรรี่ ไพรวัลย์”
โดยผู้ร้องกล่าวหาว่านายทอง อดีต ส.อบต. คนดังกล่าว มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ ทั้งหลอกให้นำที่ดินไปจำนองนายทุน , กู้เงิน ธ.ก.ส. , หลอกโอนที่ดินเพื่อนำไปเข้าธนาคาร หรือจำนอง อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก โดยหลอกล่อว่าถ้าใครกู้เงินให้ไปลงทุน จะให้ผลตอบแทน ส่วนหนี้รับปากจะรับผิดชอบจ่ายเอง
ทั้งยังหลอกให้ผู้ใหญ่บ้าน และชาวนา นำข้าวเปลือกไปขายที่ลานรับซื้อของตนเอง โดยใช้กลอุบายว่าจะให้ราคาสูงกว่าโรงสีหรือลานรับซื้ออื่น พอชาวนาหลายคนหลงเชื่อนำข้าวเปลือกไปขายให้ ก็จะหลอกล่อต่อว่า ถ้ารออีก 1-2 สัปดาห์ค่อยมารับเงินค่าข้าวที่ขาย ราคาข้าวจะปรับขึ้นอีกแต่สุดท้ายกลับไม่ได้เงิน บางคนได้เงินมาบางส่วน รวมความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท นั้น
ล่าสุด นายทองสุข อายุ 52 ปี พ่ออินฟลูฯ ชื่อดังที่ถูกแจ้งความกล่าวหา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ และรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี นายแดง อินทร์ประโคน และนายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ ทนายความเดินทางมาด้วย โดย นายทองสุข และทนายความได้นำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการชี้แจงด้วย
นายทองสุข ยอมรับว่า ประเด็นที่ชาวนาแจ้งความร้องทุกข์ว่าค้างจ่ายเงินค่าซื้อขายข้าวนั้น เป็นเรื่องจริง พร้อมชี้แจงว่าสาเหตุที่ค้างจ่ายเงินซื้อขายข้าว เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากการทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือกที่ ต.หลักเขต ช่วงแรกก็ราบรื่นดี แต่พอเปิดได้ 2 ปีมีคู่แข่งมาเปิดรับซื้อข้าวอยู่ใกล้กัน จึงเกิดการแข่งขันให้ราคาสูงตัดหน้า แต่พอมีชาวนานำข้าวมาขายแล้วตนนำไปขายต่อให้กับโรงสี กลับถูกหักสิ่งเจือปนและได้ราคาต่ำทำให้ประสบปัญหาขาดทุน แต่มีการจ่ายเงินให้กับชาวนาไปบางส่วนและยังค้างอยู่บางส่วน ซึ่งกรณีนี้พร้อมจะรับผิดชอบหาเงินมาจ่ายให้กับผู้เสียหาย วันนี้ได้ขอรายละเอียดว่า มีผู้เสียหายกี่ราย ค้างจ่ายจำนวนกี่บาท หลังจากนี้จะได้นัดจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาเรื่องยืมรถยนต์ผู้เสียหายรายหนึ่ง ชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง พร้อมนำหลักฐานสลิปการโอนเงินมายืนยันด้วย ว่าเป็นการซื้อดาวน์ต่อจากผู้เสียหายในราคา 110,000 บาท หลังจากซื้อแล้วก็จ่ายไฟแนนซ์เอง ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่า หลอกกู้เงิน หลอกโอนโฉนดที่ดิน ก็ชี้แจงว่าทั้งสองฝ่ายรับรู้ไม่ได้เป็นการหลอกหรือฉ้อโกง แต่ผู้เสียหายอาจจะไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมด และมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และได้รับเงินด้วย อยู่ระหว่างการหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ และยอดตัวเลขที่กล่าวอ้างว่าเป็นยอดเงินสูงถึง 60 ล้านบาท ก็ไม่เป็นความจริง
นายทองสุข ยังยืนยันด้วยว่า ลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำของตนเองเลย จึงอยากวอนสังคมให้ความเป็นธรรมอย่าไปโจมตีลูกชาย ส่วนไหนที่ตนทำผิดก็ยอมรับและพร้อมรับผิดชอบ แต่ส่วนไหนที่ไม่ได้ผิด ก็พร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน
ด้าน ทนายความ ระบุว่า ในส่วนเรื่องค้างเงินซื้อขายข้าวชาวนาที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ ลูกความบอกว่าเกิดจากการดำเนินธุรกิจขาดทุน แต่พร้อมรับผิดชอบจ่ายเงินที่เหลือให้กับผู้เสียหาย ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการกู้เงิน โอนโฉนดที่ดิน บางอย่างไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่โซเชียลฯ มีการกล่าวหาเรื่องเคยติดคุกที่ไต้หวันนั้นไม่เป็นความจริง คดีที่ถูกกล่าวหาพยายามฆ่า ศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว ส่วนคดีเช็คเด้งก็มีการชำระกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ออกมาชี้แจงช้า เนื่องจากต้องหาเอกสารหลักฐานมาประกอบยืนยันด้วย

