xs
xsm
sm
md
lg

'อาเรวัช' ปะทะ 'ทนายจุ๊กกรู้' คอนเทนต์ หรือเรื่องจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดราม่าระอุ “อาเรวัช” ปะทะ “ทนายจุ๊กกรู้” วิวาทะเดือดจากคดี ตชด.ยิงวินมอเตอร์ไซค์ดับ 2 ศพ บานปลายสู่โลกออนไลน์ฝ่ายทนายอ้างถูกคุกคามถึงบ้าน ขณะอดีตนายตำรวจชื่อดังโต้แรงผ่านสื่อ โยงประเด็นความเห็นต่างทางสังคม

เกลียดหน้ากันอย่างแรง ระหว่างอาเรวัช พลตํารวจโท เรวัช กลิ่นเกสร กับทนายจุ๊กกรู้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์

เริ่มจากการแสดงมุมมอง ของใครของมัน กรณี ตชด. ยิงวินมอเตอร์ไซค์ตาย 2 ศพ ตอนนี้บานปลาย กลายเป็นว่า อาจมีศพที่สามหรือไม่ ชาวเน็ตเกาะติดสถานการณ์นี้กันอย่างสนุกสนาน

โดยนายเดชา โวยออกมาว่า มีมือปืนติดตามมาซุ่มถึงหน้าบ้านเขา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ ซึ่งนายเดชาระบุตัวผู้จ้างวานแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างให้ตำรวจรวบรวมหลักฐาน

ทนายจุ๊กกรู้ ถึงกับครวญว่า แค่แสดงความเห็นทางโลกโซเชียล ถึงกับจะฆ่ากัน จะเอาชีวิตกันเลยหรือ?

นายเดชายอมรับว่า เขาเห็นพลตํารวจโทเรวัช แสดงความเห็นสนับสนุน ตชด. ที่ใช้ปืนตัดสิน จึงแสดงความเห็นต่าง ของตัวเอง แบบแทงสวน

ผลที่ตามมาก็คือ อาการหนาว ๆ ร้อน ๆ จากการถูกขู่ ถูกติดตาม

งานนี้ก็ไม่ต้องสืบให้ยุ่งยากใดๆ เพราะอาเรวัชเอง ก็พูดออกสื่อชัด ๆ ว่า ได้ส่งลูกน้อง ไปติดตามใครบางคน ที่สํานักงานนานถึงสิบวัน แต่ไม่เจอตัว

นอกจากนี้ ยังตามไปเฝ้าตามร้านอาหารที่ใครคนนี้ชอบไป นานร่วมสัปดาห์ ก็ไม่เจอตัวเช่นกัน

อาเรวัชลั่นออกมาว่า เขาเกลียดทนายคนหนึ่งเข้าไส้ แบบถ้าเปิดทีวี หรือไถ feed ไปเจอ ก็จะไม่ดูอย่างเด็ดขาด พร้อมกล่าวถึงทนายคนนี้อย่างเกรี้ยวกราดว่า

“ทางคน คนเดิน ทางหมา หมาเดิน ไอ้สัตว์ มึงก็เดินตามทางของมึง กูก็เดินตามทางของกู อย่าแกว่งปากมาหาตีนละกัน”

ถามว่าเรื่องนี้ ใครผิดใครถูก? จริงๆ ต้องดูที่ตัวจุดชนวน ซึ่งก็คือนายเดชานั่นแหละ

นายเดชาอาจไม่รู้ตัว เพราะไม่มีใครคอยสะท้อนบอก ว่าลีลาการพูดของเขานั้น ต่อให้ไม่ออกชื่อใคร ตามแนวถนัด แต่มันจะเต็มไปด้วยคำบูลลี่ เสียดสี ยกตนข่มท่าน เหมือนกูฉลาดซะเต็มประดา

มาพร้อมน้ำเสียง สีหน้าท่าทาง ยียวนกวนประสาท ในแบบที่คนปกติ เขาไม่ทำกัน ไม่เชื่อลองเปรียบกับทนายอินฟลูคนอื่นๆ ได้เลย

ทำแบบนี้บ่อยๆ นานๆ เข้า นายเดชาก็เกิดความย่ามใจ ทำแล้วไม่มีใครอยากยุ่ง ทำแล้วได้ยอดไลค์ ก็ทำจนเป็นนิสัยถาวร ขุดยากยิ่งกว่าสันดอน

กรณี ตชด.ยิงพี่วินตาย หากนายเดชามีแนวทางของตัว ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลัง ก็ว่าไปได้เลย แต่เพราะนิสัยถาวรที่แก้ไม่หาย ก็เลยต้องมีแซะ มีแขวะ คนอื่น พูดแต่เนื้อหาอย่างเดียวไม่เป็น

ถึงไม่ออกชื่อ เพื่อหลบเลี่ยงการฟ้องร้อง แต่คนที่ถูกพาดพิงอย่าง พลตํารวจโทเรวัช ก็ย่อมรู้อยู่แล้วว่า นายเดชากําลังแกว่งปากมาหา

ในส่วนของ อาเรวัชนั้น การพูดว่าส่งลูกน้องไปตามดูคู่ขัดแย้ง ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างใด เขาพูดแบบนี้ตลอด

มันมีความคุกคามลึก ๆ อยู่ในที แต่ก็ไม่เคยมีใครเลือดตกยางออก จากการส่งคนไปตามส่อง แม้แต่ครั้งเดียว

ที่ถูกยิงตายไปก็ล้วนแต่โจรทั้งนั้น ยังไม่เคยมีอินฟลูต้องตาย

อย่างไรก็ตาม วิธีการของอาเรวัช ซึ่งส่งผลให้นายเดชารู้สึกกลัว รู้สึกถูกคุกคาม จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง

สงครามน้ำลายระหว่างสองอินฟลูคู่อาฆาต สรุปได้ว่า เละพอกัน คนที่คิดว่าตัวเองมีปาก เป็นอาวุธ ก็เที่ยวระรานล้ำเส้นคนอื่นด้วยปาก ตามความเคยชิน

ส่วนตํารวจเก่า ที่ชินกับการใช้อาวุธ เขาไม่คิดตั้งรับอยู่แค่ในจอโซเชียล แต่ใช้วิธีส่งคนไปติดตามดูความเคลื่อนไหวเลย เผื่อจะกระตุกนายเดชา ให้กลับไปเดินบนทางเดินของตัว อย่าไปยุ่งกับทางเดินคนอื่น แต่วิธีล่อแหลมแบบนี้ก็เสี่ยงคุกได้เหมือนกัน

แต่วิวาทะศึกน้ำลายครั้งนี้ หลายคนมองว่า มันเป็นคอนเทนต์ ที่ทนายจุ๊กกรู้ กับอดีตตำรวจคนดัง รู้กัน หาแสงแบ่งๆกันไป หลัง รองแต้ม มือปราบหูดำ ลงมาประสานเป็นกรรมการ ภาพยนต์ก็อวสาน ด้วยประการฉะนี้…