xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)อึ้ง! ชาวสันติสุขโดนน้ำเซาะจนตลิ่งพังจ่อถึงตัวบ้าน-ต้องนอนผวากันทุกคืนมา 12 ปี อปท.ของบแก้ไขหลายรอบไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



น่าน - 12 ปีแห่งความหวาดผวา..ชาวสันติสุข 50 หลังคาเรือนเสี่ยงเพิ่มทุกปี หลังน้ำกัดเซาะ จ่อถึงตัวบ้าน บ้างต้องรื้อห้องน้ำ ห้องครัว โรงจอดรถหนี ขณะที่ฝายน้ำล้นพังซ้ำซาก คน 300 ครัวเรือนเสี่ยงขาดน้ำใช้ อปท.โอดทำโครงการของบหลายครั้งแล้วไม่ได้ วอนรัฐเห็นใจท้องถิ่นก่อนสายเกินไป


ชาวบ้านบ้านดู่พงษ์ หมู่ 2 ตำบลดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน ยังเผชิญความเดือดร้อนและอยู่กันด้วยความวิตกกังวลอย่างหนัก หลังปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557 ยังคงลุกลามต่อเนื่อง จนวันนี้นับเป็นเวลานานกว่า 12 ปีที่ตลิ่งถูกกัดเซาะรุกล้ำเข้ามาใกล้บ้านเรือนมากขึ้นทุกปี จนหลายจุดเหลือระยะห่างจากตัวบ้านเพียงไม่กี่เมตร

ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือนที่อยู่ติดริมลำน้ำได้รับผลกระทบโดยตรง และเสี่ยงหนัก 10 กว่าหลังคาเรือน บางครอบครัวต้องรื้อถอนห้องน้ำ โรงจอดรถ และสิ่งปลูกสร้างบางส่วนออกไปก่อน เนื่องจากเกรงว่าพื้นดินจะทรุดตัวพังทลายลงไปกับสายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่น้ำหลากมาอย่างรวดเร็ว

นายสมนึก ทันไชย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านดู่พงษ์ เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม หลายจุดน้ำกัดเซาะเข้ามาใกล้บ้านมาก บางหลังถึงขั้นต้องรื้อห้องน้ำและโรงจอดรถออกเพราะกลัวดินทรุด ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความกังวลทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝน ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ชาวบ้านจะนอนไม่หลับ ต้องคอยเฝ้าระวังตลอดคืน เกรงว่าตลิ่งจะพังลงมาอีก

นอกจากปัญหาตลิ่งพังแล้ว ชาวบ้านยังได้รับผลกระทบจากฝายน้ำล้นประจำหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำหลากแทบทุกปี จนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ฝายแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบประปาหมู่บ้าน ซึ่งใช้ผลิตน้ำประปาสำหรับประชาชนมากกว่า 300 หลังคาเรือน


ด้านนายธีรศักดิ์ ก๋าคำมูล นายกเทศมนตรีตำบลดู่พงษ์ กล่าวว่า เทศบาลได้พยายามผลักดันและจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งการป้องกันตลิ่งพังและซ่อมแซมฝายน้ำล้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ได้รับคำชี้แจงว่าปัจจุบันมีพื้นที่ประสบภัยพิบัติในจังหวัดเป็นวงกว้าง งบประมาณต้องนำไปแก้ไขจุดวิกฤตเร่งด่วนก่อน ทำให้โครงการของเรายังไม่ได้รับการสนับสนุน ทั้งที่ประชาชนในพื้นที่กำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทุกปี

อยากวอนให้เห็นใจท้องถิ่น พิจารณาเร่งลงพื้นที่สำรวจและหาแนวทางช่วยเหลืออย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน