xs
xsm
sm
md
lg

ไทย-เขมร รอบนี้ ใครจะเปิดก่อน !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - ฮุน เซน

เมืองไทย 360 องศา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้ถือว่าตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลังจากที่ นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ออกมาพูดเรื่องปัญหาชายแดนมากขึ้น ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ทั้งการทหารและทางการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


ทางด้านชายแดน ได้เห็นการเคลื่อนไหวทางทหาร ทั้งการส่งกำลังทหารรุ่นใหม่ และการเพิ่มอาวุธใหม่ๆที่เพิ่งได้รับเข้ามาประจำการใหม่จากจีน โดยเฉพาะจำนวนรถถังจำนวนมาก มีการนำเข้ามาประชิดชายแดน ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ยังมีการใช้เครื่องจักรกลทำการขุดคูน้ำ ทำบังเกอร์ เหมือนกับเป็นเตรียมการทางทหาร

ที่ผ่านมามีการจับสังเกตมานานนับเดือนแล้วที่ฝ่ายกัมพูชามีการเคลื่อนไหวจนผิดสังเกต ทั้งการยั่วยุเป็นรายวัน จนทางฝ่ายกองทัพไทยต้องสั่งกำชับให้กำลังพลที่ประจำการตามแนวชายแดนต้องอดทนอดกลั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลาย แต่ถึงอย่างไรแม้ว่าสถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเรื่อยๆก็ตาม แต่สิ่งที่ต้องจับตากันมาอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะปัญหาภายในของกัมพูชาเองต่าหาก และที่สำคัญกำลังพูชากำลังจะมีการเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนการเลือกตั้งระดับชาติ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งที่ผ่านมาทุกครั้งฝ่าย “ฮุนเซน” มักสร้างกระแส “ชาตินิยม” นำสถานการณ์ชายแดนมาปลุกเร้าเพื่อหวังผลทางการเมืองทุกครั้ง

ขณะเดียวกันด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้ากัมพูชา จากปัญหาการท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ การผลิตและการส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ที่กลายเป็นวิกฤติพลังงาน ทำให้ต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพของชาวบ้านที่พุ่งสูง สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบกับเสถียรภาพทางการเมืองของทั้ง ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ดังนั้นโอกาสที่จะเกิด “สงครามเบี่ยงเบน” เพื่อสร้างกระชาตินิยมเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นทั้งกับชายแดนไทย หรือก่อนหน้านี้เป็นชายแดนกับเวียดนามก็ตาม

อีกด้านหนึ่งก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทางฝ่ายกองทัพไทย โดยกองทัพอากาศ หลังจากมีรายงานว่ามีการส่งเครื่องบินรบ เอฟ 16 ขึ้นบินตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชากลางดึก

โดยก่อนหน้านั้น มีการโพสต์ข้อความ ระบุว่า F-16 ขึ้นบินกลางดึก ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยล่าสุดกองทัพอากาศชี้แจงว่า เป็นการฝึกตามวงรอบปกติ ทุกเดือน จะมีการฝึกบินในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมของกองทัพตลอด 24 ชั่วโมง โดยบินในเส้นทางการฝึก พื้นที่ชายแดน แต่อยู่ในน่านฟ้าของไทย ไม่เคยมีการล้ำเขตแดนฝ่ายตรงข้ามแน่นอน

“ประชาชนตื่นตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพื่อจะได้รู้ว่ากองทัพอากาศตื่นตัวตลอดเวลา และมีการฝึกบินกลางคืนต่อเนื่องเป็นประจำ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนตามแนวชายแดนได้เข้าใจว่า เสียง F-16 คือเสียงของความมีเอกราชและอธิปไตยไทย เพราะเรายังบินอยู่ได้” กองทัพอากาศระบุ

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา กองทัพอากาศเคยส่ง F-16 MLU Cobra ปฏิบัติการกลางคืน เพื่อดำรงความพร้อมรบ และเฝ้าติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนขีดความสามารถ กองทัพอากาศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมเฝ้าระวัง และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพจเฟสบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” โพสต์ภาพ กองทัพอากาศฝึกการโจมตีเป้าหมายในเวลากลางคืน คือช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการรบ

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชาว่า ปกติไม่ต้องกังวลใดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กังวลเกี่ยวกับเรื่อง ความมั่นคงทางด้านชายแดน หรือกังวลว่าจะมีการคุกคามโจมตี รุกรานไม่มีแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ พบเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบิน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้รับรายงานมาว่าเป็นวงรอบปกติ อย่าลืมว่าประเทศไทยเราไม่เคยมีพฤติกรรม การยั่วยุ เพราะนั้น ไม่ใช่วิสัยเรา ขอให้สบายใจได้ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ วิธีการของกองทัพเราคือการตั้งมั่น อยู่ในที่ของเรา เราไม่รับการคุกคาม จากศัตรูหรือว่าใคร แต่เราก็ไม่เคยไปทำใครก่อน ชัดเจน

ถามว่าสถานการณ์แบบนี้เราจะสามารถเดินหน้า ประนอมภาพบังคับได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยการตกลงกัน ซึ่งเราไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

เมื่อถามว่าในสถานการณ์แบบนี้แสดงว่าการพูดคุย อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้เพราะ เราไม่ได้เดือดร้อน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าThe choice is ours.

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการเมืองในประเทศเขา แต่เอาประเทศเราไปเป็นเหยื่อในการหาเสียงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องของเขามันมีความจริงอยู่ อย่างไรก็ตามเราจะไปก้าวก่าย การบริหาร หรืออธิปไตยของเขาไม่ได้ เช่นเดียวกับที่เขาจะมาก้าวก่ายการบริหารการตัดสินใจการบริหารราชการแผ่นดินของเราไม่ได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาในภาพทั้งจากการเคลื่อนไหวของทางฝ่ายกัมพูชา ภายหลังท่าทีของ ฮุน เซน ที่สร้างแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่พวกเขาได้รับอาวุธหนักล็อตใหม่จากจีนเข้ามา และนำมาเสริมตามแนวชายแดนในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อีกทั้งเมื่อกัมพูชากำลังเจอกับปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า รวมไปถึงเรื่องที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมามักจะใช้เรื่องชายแดนมาสร้างคะแนนนิยมในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการ “เบี่ยงเบน” ปัญหาภายในอีกด้วย

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งทางฝ่ายไทย จากได้เห็นความเคลื่อนไหวทางฝ่ายกองทัพก็มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด แม้จะย้ำว่าเป็นการเตรียมความพร้อมด้วยความไม่ประมาท แต่จากการขึ้นบินเครื่องบินขับไล่ “เอฟ 16 “ ดังกล่าวในกลางดึก แม้จะย้ำว่าเป็นการฝึกซ้อมตามยุทธวิธีตามวงรอบ แต่ถึงอย่างไรก็พอจับอาการได้ไม่ยากว่า งานนี้เราก็พร้อม รอดูว่ารอบนี้ใครจะเปิดก่อนเท่านั้นเอง !!